Songtoday.com™
ติดต่อโฆษณา © โทร: 081-775-0013 : Songtoday.com
เครื่องมือจัดการกระทู้   Switch to Linear ModeSwitch to Hybrid ModeSwitch to Threaded Mode
รูปส่วนตัว Webmaster
Administrators


สมัครเมื่อ: 2008-04-29
ที่อยู่: กรุงเทพมหานคร
โพสต์: 1,062
Level: 28 HP: 34 / 692
MP: 354 / 23198
EXP: 71%
Click the image to open in full size.Click the image to open in full size.

ความคืบหน้าพายุไซโคลน “นาร์กีส” ที่ซัดถล่มพม่า แถบสามเหลี่ยมปากแม่น้ำอิระวดีรวมทั้งเมืองย่างกุ้ง เมื่อคืนวันศุกร์ที่ 2 พ.ค. และสถานีโทรทัศน์ของพม่า ได้รายงานเมื่อวันที่ 6 พ.ค. อ้างคำแถลงของนายเนียน วิน รมว.ต่างประเทศพม่า ที่ระบุว่า ยอดผู้เสียชีวิตจากพายุ “นาร์กีส” ซึ่งมีความรุนแรงระดับ 3 พุ่งขึ้นเป็นอย่างน้อย 15,000 คน สูญหายอีกกว่า 30,000 คน เฉพาะเมืองโบกาเลย์แห่งเดียวมีเหยื่อสังเวยไซโคลนกว่า 10,000 คน บ้านเรือนพังราบเป็นหน้ากลองถึง 95% มีพื้นที่ถูกประกาศเป็นเขตภัยพิบัติ 5 รัฐ ซึ่งมีประชากรอยู่รวมกัน 24 ล้านคน ต่อมาในช่วงค่ำวันที่ 6 พ.ค. สถานีโทรทัศน์พม่ารายงานยอดผู้เสียชีวิตว่า เพิ่มขึ้นเป็น 22,464 คนและยอดผู้สูญหายเป็น 41,000 คน ซึ่งนายเนียน วิน เผยว่า รัฐบาลกำลังประเมินความเสียหาย ในหมู่บ้านห่างไกลอีกหลายแห่งและได้ร้องขอความช่วยเหลือเร่งด่วนจากนานาประเทศ

ส่วนสถานการณ์ในเมืองย่างกุ้ง อดีตเมืองหลวงและเมืองใหญ่ที่สุดของพม่าหลังโดนไซโคลนถล่ม หลายพื้นที่เต็มไปด้วยซากปรักหักพัง ต้นไม้และเสาไฟฟ้าหักโค่นล้มระเนระนาดกีดขวางถนน ประชาชนยังไม่มีกระแสไฟฟ้าใช้ ยกเว้นบางคนที่มีเครื่องปั่นไฟฟ้าพลังงานก๊าซ ส่วนราคาอาหารและเชื้อเพลิงก็ถีบตัวสูงขึ้นอีก รวมทั้ง 2 เท่า ผู้คนส่วนใหญ่ยังไม่มีน้ำกินน้ำใช้ ต้องต่อแถวยาวเหยียดเพื่อรอซื้อน้ำดื่ม และต้องอาบน้ำตามแหล่งน้ำหรือทะเลสาบต่างๆ ที่อยู่ในเมืองแทน ชาวบ้านยังร้องเรียนด้วยว่า ทหารที่ถูกส่งมาช่วยเหลือชาวบ้าน เคลียร์พื้นที่และถนนให้แต่เฉพาะบริเวณบ้านคนใหญ่คนโตในเมืองก่อน ส่วนชาวบ้านทั่วไปรวมทั้งพระสงฆ์ในวัด ต้องจัดการกันเอาเอง นอกจากนี้ ประชาชนจำนวนมากยังโกรธแค้นรัฐบาลที่ไม่มีการเตือนภัยที่ดีพอ ขณะเดียวกัน สมาคมเพื่อการช่วยเหลือนักโทษการเมืองซึ่งอยู่ในกรุงเทพฯ เผยว่ามีนักโทษในเรือนจำอิน เส่ง ถูกยิงสังหาร 36 ราย บาดเจ็บราว 70 คน ระหว่างนักโทษฉวยจังหวะเกิดพายุถล่มก่อจลาจล แต่เจ้าหน้าที่พม่าปฏิเสธรายงานดังกล่าว

องค์การสหประชาชาติหรือยูเอ็น คาดว่าไซโคลนนาร์กีส ทำให้มีผู้คนไร้ที่อยู่อาศัยหลายแสนคน ซึ่งหน่วยงานต่างๆ เพื่อช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมของยูเอ็น รวมทั้ง สำนักงานประสานงานกิจการเพื่อมนุษยธรรมของยูเอ็น (OCHA) และองค์การกองทุนเพื่อเด็กของยูเอ็น (UNICEF) ต่างประสบปัญหาเรื่องการลำเลียงเครื่องบรรเทาทุกข์และการเข้าไปประเมินความเสียหายในพื้นที่ เป็นไปอย่างยากลำบาก ถนนหนทางถูกตัดขาด ขณะที่องค์การอนามัยโลก (WHO) วิตกว่าอาจเกิดโรคระบาดที่มียุงเป็นพาหะ อาทิ มาลาเรีย ในพื้นที่ประสบภัย รวมทั้งโรคเกี่ยวกับระบบทางเดินอาหารต่างๆด้วย เนื่องจากน้ำอุปโภคบริโภคไม่สะอาดและกำลังรอการอนุมัติจากรัฐบาลพม่า เพื่อส่งทีมแพทย์เข้าช่วยเหลือต่อไป
ด้านรัฐบาลประเทศต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นสหรัฐฯ สหภาพยุโรป อังกฤษ แคนาดา จีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ อินเดีย ชาติอาเซียนและอื่นๆ รวมทั้งไทย ต่างประกาศ ส่งความช่วยเหลือผู้ประสบภัยกันถ้วนหน้า แม้สหรัฐฯที่เคยประกาศคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจต่อพม่า หลังการปราบปรามผู้ประท้วงเรียกร้องประชาธิปไตยอย่างรุนแรงเมื่อเดือน ก.ย.ปีที่แล้ว ยังเสนอความช่วยเหลือฉุกเฉินมูลค่า 250,000 ดอลลาร์ต่อพม่า รวมทั้งตั้งทีมรับมือหายนภัย เตรียมพร้อมให้การช่วยเหลือ เช่นเดียวกับ นายบัน กี-มูน เลขาธิการยูเอ็น ที่กล่าวว่า ดูจากยอดผู้เสียชีวิตแล้ว น่าตกใจอย่างยิ่ง พร้อมให้คำมั่นยูเอ็นต้องทำทุกวิถีทางที่จำเป็น ช่วยเหลือผู้ประสบภัยอย่างเต็มที่ ด้าน ดร.สุรินทร์ พิศสุวรรณ เลขาธิการอาเซียน แถลงว่าอาเซียนกำลังติดต่อประสานงานกับสมาชิกและหน่วยงานช่วยเหลือต่างๆ เพื่อให้การช่วยเหลือพม่าอย่างรวดเร็ว มีประสิทธิภาพและเพียงพอ

ข่าวระบุด้วยว่า ผลพวงไซโคลนนาร์กีส อาจส่งผลกระทบต่อการส่งออกข้าวของพม่าไปยังศรีลังกาและบังกลาเทศ เพราะพื้นที่ปลูกข้าวส่วนใหญ่เสียหายหนักจากพายุไซโคลน โดยก่อนเกิดพายุนาร์กีสถล่มพม่า องค์การอาหารและเกษตรแห่งยูเอ็น (FAO) คาดการณ์ไว้ว่าพม่าจะส่งออกข้าวได้กว่า 5 แสนตัน

ในส่วน “เวิลด์ วิชั่น” องค์กรบรรเทาทุกข์ของชาวคริสเตียน หนึ่งในไม่กี่หน่วยงานระหว่างประเทศที่ได้รับอนุญาตให้เข้าไปปฏิบัติงานในพม่า เผยว่า พม่าอาจได้รับผลเสียหายจากพายุไซโคลนนาร์กีสถล่มรุนแรงกว่าคราวเกิดสึนามิถล่มเอเชียเมื่อปี 2547 ตอนนั้นพม่าได้รับความเสียหายไม่มากนัก และจากการขึ้นเฮลิคอปเตอร์ ตรวจสอบพบพื้นที่เสียหายเป็นบริเวณกว้างและมีศพเหยื่อเกลื่อนพื้นที่ประสบภัย
ส่วนสำนักวาติกันออกแถลงการณ์ระบุว่า สมเด็จพระสันตะปาปาเบเนดิกต์ ที่ 16 องค์ประมุขของคริสต์ศาสนา นิกายโรมันคาทอลิก ทรงเสียพระทัยอย่างสุดซึ้งต่อเหยื่อพายุไซโคลน และทรงเรียกร้องให้ช่วยเหลือผู้ประสบภัยอย่างดีพร้อม ขณะที่พรรคสันนิบาตแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตย (NLD) พรรคฝ่ายค้านในพม่าของนางอองซาน ซูจี แถลงการณ์ เดินหน้าลงประชามติร่างรัฐธรรมนูญของรัฐบาลหลังเกิดพายุไซโคลนถล่ม เป็นสิ่งที่ยอมรับไม่ได้ เพราะเป็นการมองข้ามเหยื่อผู้ประสบภัยพิบัติ

วันเดียวกัน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงมีพระราชสาส์นแสดงความเสียพระราชหฤทัยไปถึงประธานสภาสันติภาพและการพัฒนาแห่งรัฐแห่งสหภาพพม่า กรณีการเกิดพายุไซโคลน “นาร์กีส” พัดถล่มพม่า ความว่า ข้าพเจ้าและสมเด็จพระราชินี รู้สึกเศร้าสลดใจยิ่งนักที่ได้ทราบข่าวพายุไซโคลน “นาร์กีส” ในประเทศของท่าน ซึ่งทำให้ มีผู้เสียชีวิตเป็นจำนวนมากและก่อให้เกิดความเสียหายอย่างหนัก ข้าพเจ้าและสมเด็จพระราชินีขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งมายังท่านและประชาชนชาวพม่า ตลอดจนครอบครัวของผู้เสียชีวิตจากการสูญเสียอันน่าเศร้าและใหญ่หลวงครั้งนี้
ที่กระทรวงการต่างประเทศ นายนพดล ปัทมะ รมว.ต่างประเทศ ได้หารือกับนายเยวิน เอกอัครราชทูตสหภาพพม่าประจำประเทศไทย และมอบเงิน 1 แสนเหรียญสหรัฐฯ นำไปช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อนผู้ประสบภัยพายุนาร์กีสในพม่า จากนั้นนายนพดลเผยว่า ไทยได้ขอให้พม่าเปิดรับความช่วยเหลือจากทั่วโลกและดูแลไม่ให้ ภัยพิบัติครั้งนี้กระทบต่อการออกเสียงประชามติรัฐธรรมนูญในวันที่ 10 พ.ค.นี้ ซึ่งนายเยวินยืนยันว่า พม่าจะยังคงเดินหน้าทำประชามติต่อไป ส่วนความช่วยเหลือด้านต่างๆเบื้องต้น พม่าขอความช่วยเหลือเรื่องปัจจัย 4 ซึ่งไทยจะพิจารณาช่วยเหลือ นอกจากนี้ นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี และตน ได้มีสารแสดงความเสียใจต่อเหตุภัยพิบัติครั้งสำคัญไปยังนายกรัฐมนตรีแห่งสหภาพพม่าด้วย

นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี และ รมว. กลาโหม กล่าวว่า สถานการณ์ที่พม่ารุนแรงกว่าที่คิด ตอนแรกทราบว่ามีผู้เสียชีวิตจากภัยพิบัติดังกล่าว จำนวน 350 คน จึงจะส่งเงินไปช่วยเหลือจำนวน 1 แสนดอลลาร์สหรัฐฯ แต่ต่อมาพบว่าตัวเลขผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นหลายพันคน จึงได้สั่งการให้กระทรวงสาธารณสุขจัดเครื่องบินที่จะให้ความ ช่วยเหลือ ออกเดินทางจากกรุงเทพฯเช้าวันที่ 6 พ.ค. มีเวชภัณฑ์ 30 ตัน และของกินของใช้จากสภากาชาด 12 ตัน ไปช่วยเหลือ นอกจากนี้ หากพม่าอนุญาตให้ไทยช่วยเหลือเพิ่มเติม ก็จะนำทีมแพทย์และพยาบาลที่จะไปดูแลช่วยเหลือผู้ป่วยจำนวน 20 ทีม รวมทั้งทีมหน่วยเคลื่อนที่เร็วในการปราบปรามโรคระบาดอีก 20 ทีม มีทั้งหมด 40 ทีมเตรียมไว้ ถ้าพม่าไฟเขียวอนุญาตให้ เข้าไปช่วยเหลือก็ได้รับความอนุเคราะห์จากกองทัพอากาศ โดยใช้เครื่องบินซี-130 ขนไป ไทยจะพรวดพราดไปไม่ได้ ต้องแจ้งให้ทางโน้นรับทราบก่อน
ที่ท่าอากาศยานกองบัญชาการกองทัพอากาศ เวลา 12.30 น. พล.อ.บุญสร้าง เนียมประดิษฐ์ ผบ.ทหารสูงสุด รับมอบผลิตภัณฑ์อาหารซีพี-ซีพีเอฟ อาทิ ข้าวสาร ไข่สมุนไพร หมูหยอง บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ไส้กรอกและอาหารสำเร็จรูปอื่นๆ รวมมูลค่ากว่า 550,000 บาทจากนายพงษ์ วิเศษไพฑูรย์ ประธานผู้บริหารฝ่ายปฏิบัติการ บริษัทเจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือซีพีเอฟ และนายณัฐกฤช ศิวะศรี รองประธานเขตประเทศพม่า เครือเจริญโภคภัณฑ์ เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยจากพายุไซโคลน จากนั้น พล.อ.บุญสร้างได้มอบสิ่งของทั้งหมดให้กับนายเยวิน เอกอัครราชทูตพม่าประจำประเทศไทย นำขึ้นเครื่องบินซี-130 ของกองทัพอากาศ เพื่อนำไปช่วยเหลือประชาชนชาวพม่าต่อไป
นอกจากนี้ กระทรวงสาธารณสุข โดยนายไชยา สะสมทรัพย์ รมว.สาธารณสุข ยังได้จัดส่งยาและเวชภัณฑ์ รวม 14 รายการ มูลค่ากว่า 10 ล้านบาท ตามคำบัญชาของนายกรัฐมนตรี ไปช่วยเหลือพม่าด้วย
ด้านประธานาธิบดี จอร์จ ดับเบิลยู. บุช แห่งสหรัฐฯแถลงเรียกร้องให้รัฐบาลทหารพม่าอนุญาตให้หน่วยรับมือภัยพิบัติฉุกเฉินของสหรัฐฯเข้าสู่พม่า และย้ำว่า สหรัฐฯพร้อมจะช่วยบรรเทาทุกข์ชาวพม่าอย่างมากมายกว่าที่เป็นอยู่ ขณะที่สำนักงานอุตุนิยมวิทยาอินเดีย (ไอเอ็มดี) เผยว่า ได้แจ้งเตือนทางการพม่าล่วงหน้าถึง 48 ชั่วโมง หรือ 2 วัน ว่าไซโคลนนาร์กีสจะพัดเข้าถล่มพม่า

สำนักข่าวเอพีรายงานว่า จากแผนที่ซึ่งจัดทำขึ้นด้วยภาพถ่ายทางดาวเทียมของสหประชาชาติ (ยูเอ็น) บริเวณที่ถูกไซโคลนนาร์กีสพัดถล่มย่อยยับ มีพื้นที่กว้างใหญ่ไพศาลราว 11,600 ตารางไมล์ หรือราว 30,000 ตารางกิโลเมตร พื้นที่ภัยพิบัติดังกล่าวอยู่ระหว่างทะเลอันดามันและชายฝั่งอ่าวมะตะบัน กินอาณาบริเวณเกือบ 5 เปอร์เซ็นต์ ของพื้นที่ทั้งหมดของสหภาพพม่า แต่เขตที่ได้รับผลกระทบจากไซโคลนนาร์กีสถล่มครั้งนี้ เป็นเขตที่มีผู้คนอาศัยอยู่ หนาแน่น รวมแล้วเกือบ 1 ใน 4 หรือเกือบ 25 เปอร์เซ็นต์ ของประชากรพม่าทั้งหมด 57 ล้านคน ดังนั้น ยอดผู้เสียชีวิตและสูญหายจึงสูงมาก สำนักข่าวต่างประเทศรายงาน ระบุพื้นที่สามเหลี่ยม ปากแม่น้ำอิระวดีแถบชายฝั่งภาคตะวันตกของพม่า มีลักษณะภูมิประเทศที่ลุ่มต่ำ แต่เป็นถิ่นฐานพำนักของประชาชนมากราว 6 ล้านคน พื้นที่ดังกล่าวก่อตัวเป็นลักษณะดินดอนปากแม่น้ำ และมีลำคลองตัดขวางเป็นลักษณะกากบาท นายหม่อง หม่อง สเว รมว.กิจการกู้ภัยและการจัดตั้งถิ่นฐานของพม่า เปิดเผยว่า ในช่วงพายุไซโคลนนาร์กีสพัดถล่มพื้นที่ดังกล่าว ได้ก่อให้เกิดคลื่นสูงถึงราว 3.5 เมตร ม้วนพัดถล่มชายฝั่งพื้นที่ลุ่ม ทำให้ชาวบ้านหนีไปไหนไม่ได้ จึงทำให้มีผู้เสียชีวิตและสูญหายจำนวนมาก

Click the image to open in full size.
Click the image to open in full size.
webmaster@songtoday.com
ถ้าอยากเดินไปข้างหน้า ไม่ควรย้อนอดีต เอามาทำร้ายปัจจุบัน
if you want to step forward. you should not keep hurtind yourselfvthinking about the past.
แก้ไขครั้งล่าสุดโดย Webmaster : 2008-05-07 เมื่อ 06:03 AM.
ตอบพร้อมอ้างข้อความ
Bookmarks
Tags
พม่าพุ่ง
ขณะนี้มีผู้ใช้งานกำลังดูกระทู้นี้อยู่ : 1 คน ( เป็นสมาชิก 0 คน และ บุคคลทั่วไป 1 คน )
 
เครื่องมือจัดการกระทู้ ตัวเลือกการแสดงผล
Linear Mode Linear Mode
กฎการโพสต์ข้อความ
You may not post new threads
You may not post replies
You may not post attachments
You may not edit your posts

BB code is เปิด
Smilies สถานะ เปิด
[IMG] สถานะ เปิด
HTML สถานะ เปิด
Trackbacks are ปิด
Pingbacks are ปิด
Refbacks are ปิด
กระโดดไป:

เวลาทั้งหมดอยู่ในเขตเวลา GMT +7. และเวลาในขณะนี้คือ 11:54 PM.
ติดต่อเรา - Songtoday.com™ - เอกสารเก่า - ขึ้นบนสุด
Display Pagerank

1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 16 17 18 19 20 21 22 23 24 25 26 27 28 29 30