Songtoday.com™
ติดต่อโฆษณา © โทร: 081-775-0013 : Songtoday.com
เครื่องมือจัดการกระทู้   Switch to Linear ModeSwitch to Hybrid ModeSwitch to Threaded Mode
รูปส่วนตัว Webmaster
Administrators


สมัครเมื่อ: 2008-04-29
ที่อยู่: กรุงเทพมหานคร
โพสต์: 1,062
Level: 28 HP: 36 / 692
MP: 354 / 22913
EXP: 71%
Click the image to open in full size.
นาธาน โอมาน

Click the image to open in full size.
นาธาน โอมาน


กลายเป็นประเด็นฮอตขึ้นมาเพียงชั่วข้ามคืน หลังจากที่ "ดีเจ.เจเจ - จามจุรี แคสเชอร์" แจ้งความกล่าวหาดารา-นักร้องหนุ่ม นาธาน โอมาน ยักยอกเงินค่าประกันและค่าเช่าร้านเป็นเงินหลายหมื่นบาท บวกกับในวงการอินเตอร์เน็ตโดยเฉพาะเว็บไซต์พันทิป ระบุว่า นาธาน โอมาน ไม่ได้โกอินเตอร์ไปเล่นหนังฮอลลีวู้ดเรื่อง the prince of red shoe ร่วมกับ "บรู๊ซ วิลลิส" ที่ประเทศตะวันออกกลางตามที่กล่าวอ้าง เนื่องจากเมื่อไปเช็คข้อมูลหนังเรื่องนี้ตามอินเทอร์เน็ต กลับไม่พบแต่อย่างใด พร้อมๆ กับเสียงเม้าท์ว่า จริงๆ แล้ว นาธาน โอมาน สร้างประวัติตัวเองขึ้นมาใหม่ เพราะไม่ได้เป็นลูกครึ่งไทย-เนปาล ฯลฯ จนทำให้ใครๆ ก็อยากจะรู้จัก ประวัตินาธาน โอมาน ว่าเป็นใคร มาจากไหน วันนี้กระปุกดอทคอทจะพาไปค้น ประวัตินาธาน โอมาน หนุ่มปริศนาคนนี้กันค่ะ...

Click the image to open in full size. ประวัตินาธาน โอมาน Click the image to open in full size.

นาธาน โอมาน (Nathan Oman) หรือ นายนธัญ โอมานันท์ (ชื่อเดิม ธัญญวัฒน์ หยุ่นตระกูล) เกิดวันที่ 14 พฤษภาคม พ.ศ.2519 ส่วนสูง 179 เซนติเมตร น้ำหนัก 66 กิโลกรัม โดย นาธาน โอมาน ยืนยันว่า ตนเองเป็นลูกครึ่งไทย (สตูล) - เนปาล เกิดและโตที่เนปาล ก่อนที่ นาธาน โอมาน จะหนีออกจากบ้านและมาอยู่ประเทศไทยเมื่อตอนอายุ 15 ปี ด้วยกระเป๋าหนึ่งใบและหัวใจกว้างๆ หนึ่งดวง โดยเริ่มเข้าเรียนต่อที่นานาชาติ ภูเก็ต ก่อนมาเข้าเรียนเพาะช่าง 2 ปี และย้ายไปศึกษาระดับปริญญาตรี ที่คณะครุศาสตร์ (เอกศิลปะ) มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา ซึ่งที่เลือกเรียนคณะนี้ เพราะสมัยเด็กๆ เด็กชายนาธานชื่นชอบศิลปะมากกว่าวิชาอื่นๆ และรู้สึกว่ามันเป็นสิ่งที่ตัวเองรัก โดยหนุ่มคนนี้บอกว่าศิลปะเป็นสิ่งดีจะติดตัวเราไปทุกที่ และเขาก็รักศิลปะ พร้อมกับได้เรียนรู้ศิลปะมาตั้งแต่เด็กๆ เพราะที่เนปาลแวดล้อมไปด้วยศิลปะ โรงเรียนที่นั่นเน้นสอนวิชาทางศิลปะ โบราณคดี ภาษา มากกว่าคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์

ส่วนงานอดิเรก นาธาน โอมาน ชอบเล่นกีฬา ท่องเที่ยว รวมถึงสะสมภาพถ่าย ซีดีเพลง และผลงานตัวเอง แต่ถ้ามีเวลาว่างเขาจะชอบอ่านหนังสือ แต่งบ้าน ทำงานศิลปะ และถ้ามีเวลามากๆ เขาก็ไม่รอช้าที่จะแพ็คกระเป๋าเดินทางไปท่องเที่ยวตามสถานที่ต่างๆ ทั่วโลก ที่สำคัญเขามีความสามารถพูดได้ 5 ภาษา คือ ฝรั่งเศส, เนปาล, รัสเซีย, อังกฤษ และภาษาไทย

สำหรับเส้นทางในวงการมายาของ นาธาน โอมาน นั้น เริ่มด้วยการถ่ายแฟชั่นตามนิตยสาร ถ่ายโฆษณาสินค้านานาชนิด และด้วยหน้าตาที่คมเข้มจนไปสะดุดตาค่ายอาร์เอส จนชักชวนให้มาเป็นศิลปินในสังกัด มีอัลบั้มแรกสไตล์ป็อปร็อกชื่อ Nathan ตามมาด้วยอัลบั้มที่ 2 สิ่งที่เรียกว่าหัวใจ ซึ่งก็ทำให้เขากลายเป็นที่รู้จักในเวลาไม่นาน และวันที่ 26 ธันวาคม พ.ศ.2547 ชื่อของเขาก็ปรากฎในหน้าหนังสือพิมพ์หลายๆ ฉบับอีกครั้ง หลังจากเกิดภัยพิบัติคลื่นยักษ์สึนามิ ครอบคลุมพื้นที่ชายฝั่ง 6 จังหวัดชายฝั่งทะเลอันดามัน คือ ภูเก็ต พังงา กระบี่ ระนอง ตรัง และสตูล คร่าชีวิตนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติไปมากมาย ซึ่งในเหตุการณ์ครั้งนั้นก็มีผู้ที่รอดชีวิต และหนึ่งในนั้นก็มีชื่อของ นาธาน โอมาน รวมอยู่ด้วย ทำให้เขากลายเป็นที่รู้จักมากขึ้น หลายๆ รายการเชิญหนุ่มคนนี้ไปบอกเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับเหตุการณ์ดังกล่าว แต่จากนั้นชื่อของเขาก็ค่อยๆ จางหายไปจากแวดวงสื่อบันเทิง จะมีก็แต่กระแสเล็กๆ น้อยว่า เขาเปิดบริษัททำทัวร์ไปเที่ยวประเทศเนปาล และผลงานเขียนหนังสือเรื่อง ผมมันเด็กหลังเขา (หิมาลัย) และ โลกนี้ไม่เหงาแล้ว (Not A Lonely Planet) บอกเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับตัวเขาและประเทศบ้านเกิด ฝากให้แฟนๆ อ่านให้หายคิดถึง


Click the image to open in full size.
นาธาน โอมาน

จนเมื่อประมาณเดือนตุลาคม พ.ศ.2551 นาธาน โอมาน ได้ออกมาประกาศว่า เขาได้เล่นหนังฮอลลีวูดเรื่อง The Prince Of Red Shoe ของบริษัทบิ๊กบลู ในเครือค่ายทเวนตี้ เซ็นจูรี ฟอกซ์ โดยมี วูลฟ์ กัง และ มูฮำหมัดซูอัต เป็นผู้กำกับ และแสดงร่วมกับดาราดังอย่าง บรูซ วิลลิส และ คริสติน่า ริชชี่ ทำให้ชื่อของเขากลับเข้ามาในสารระบบของวงการมายาอีกครั้ง แต่เมื่อเวลาผ่านไปซักระยะ ผู้คนในโลกไซเบอร์ได้ทำการสืบค้นข้อมูลเกี่ยวกับหนังเรื่อง The Prince Of Red Shoe แต่หนังเรื่องดังกล่าวกลับไม่พบหลักฐานใดๆ ที่บ่งบอกว่า นาธาน ไปเล่นหนังฮอลลีวูดจริงๆ จึงกลายเป็นหัวข้อถกเถียงในกระทู้เป็นวงกว้าง พร้อมๆ กับเม้าท์กัยสนุกปากว่า เขาเป็นคนลวงโลก พูดจาโกหก สร้างเรื่องขึ้นเพื่อต้องการโปรโมทตัวเอง รวมไปถึงขุดคุ้ย ประวัตินาธาน โอมาน โดยระบุว่า นาธานไม่ได้เป็นลูกครึ่งเนปาลอย่างที่กล่าวอ้าง ผนวกกับที่ดีเจสาว “เจเจ” ออกมาแฉว่าโดน นาธาน โอมาน ยักยอกเงินของร้านที่เขามีหุ้นลมรวมอยู่ด้วย ทำให้ชื่อเขากลายเป็นที่สนใจขึ้นมาอีกครั้ง

แต่งานนี้ นาธาน โอมาน ก็ออกมาโต้ทันควันว่า ไม่เป็นความจริง พร้อมกับจะแจ้งความกลับอย่างแน่นอน ส่วนเรื่องที่มีคนกล่าวหาว่าเขาสร้างประวัติตัวเองมาหลอกคนอื่นนั้นก็ไม่เป็นความจริง เพราะนักร้องหนุ่มยืนยันหนักแน่นว่า เป็นลูกครึ่งไทย-เนปาล พร้อมกับระบุว่า เขามีพาสปอร์ตใช้ชื่อ นธัญ โอมานันท์ ภาษาอังกฤษใช้ NATHAN OMAN และมี 2 พาสปอร์ต คือ พาสปอร์ตไทย กับโอมาน แต่ตอนนี้เปลี่ยนเป็นพาสปอร์ตไทยแล้ว เพราะว่าอยู่เมืองไทยนาน ถือสัญชาติไทย และคุณแม่เป็นคนสตูล พ่อเป็นแขกขาว เป็นคนเนปาล

ส่วนกรณีที่มีกระแสกล่าวหาว่าเขาเป็นคนลวงโลกนั้น นาธาน โอมาน เปิดใจว่า ยืนยันว่าไปถ่ายจริง แต่กระบวนการของการถ่ายหนัง ไม่จำเป็นที่จะต้องมานั่งพูดหรือมานั่งตอบโต้ว่านี่คือรูปที่ถ่ายกับ บรู๊ซ วิลลิส รูปที่ถ่ายกับ คริสติน่า ริชชี่ หนังทั้งหมดนี่คือเบื้องหลัง พูดอย่างนั้นไม่ได้ เพราะที่เหลือมันเป็นพีอาร์ของบริษัท มันเป็นสิทธิของเขา เราเป็นแค่คนๆ หนึ่ง และหนังเปิดกล้องไปเมื่อประมาณเดือนธันวาคมปีที่แล้ว ส่วนชื่อเรื่องที่เขาตั้งไว้ คือ Red Shoe แต่ว่ายังไม่แน่ใจว่าจะเป็นเรื่องนี้หรือเปล่า แต่เขาตั้งชื่อไว้เป็นตัวอย่าง ส่วนสถานที่ถ่ายทำก็หลายประเทศ ทุกเมืองแขกของยูเออี มีพวกเมืองกลางทะเลทราย แทบตะวันออกกลาง อาทิ ประเทศโอมาน


Click the image to open in full size.
นาธาน โอมาน

"ตอนนี้ผมบอกชื่อบริษัทไม่ได้แล้วครับ บริษัทที่ทำเป็นบริษัทเอกชน เป็นบริษัทใหญ่บริษัทหนึ่ง แต่ตอนนี้เขาห้ามผมพูดทุกอย่างแล้ว ต่อไปในอนาคตค่อยว่ากันอีกที ทุกอย่างธานไม่สามารถพูดอะไรออกไปได้แล้ว เพราะพอมันเป็นอย่างนี้มันอาจจะมีผลกับหนังที่ธานถ่าย เพราะมันกลายเป็นว่าธานออกมาให้ข้อมูลอยู่ฝ่ายเดียว กลายเป็นว่าธานเอาความลับออกมาบอก ธานมีรูปอยู่กับบรู๊ซ วิลลิส แต่ว่าภาพมันคือลิขสิทธิ์ มันเป็นภาพในหนัง ถ้าธานเอามามันก็เป็นการเผยความลับหนัง" นาธาน กล่าว

นาธาน โอมาน เปิดใจต่อว่า ณ ตอนนี้เขารู้สึกเสียใจมาก เพราะอยู่ในวงการมานานแล้ว แต่ก็ไม่เคยมีเรื่องเสียๆ แบบนี้เลย ไม่เคยมีปัญหาอะไรเลยในวงการบันเทิง มีแต่ข่าวช่วยเหลือสังคมมากกว่าการเป็นนักร้องเสียอีก เหตุการณ์และข่าวที่เกิดขึ้นก็รู้สึกเสียใจ และไม่อยากเชื่อว่าจะมีคนจ้องทำลายและทำให้เสียชื่อเสียงได้ขนาดนี้ แล้วเอาอะไรมาตัดสินว่าเขาผิด เอาอะไรมาตัดสินว่าเขาแย่มาก แล้วจะมีเหตุผลอะไรที่เขาต้องมานั่งโกหกทำเรื่องแบบนี้

และนี่คือ... ประวัตินาธาน โอมาน พร้อมกับตัวตนของเขาค่ะ


Click the image to open in full size. ประวัตินาธาน โอมาน (แบบย่อ)Click the image to open in full size.

Click the image to open in full size.

ลูกครึ่งไทย-เนปาล เป็นบุตรคนกลาง ในจำนวนพี่น้อง 3 คน ของนายฮัมเซะห์ และนางอุทัยวรรค์ โอมาน มีพี่ชาย 1 คน และน้องสาว 1 คน

ชื่อ - สกุล : นาธาน โอมาน

ชื่อเล่น : ซาบิต

ชื่อในวงการ : นาธาน

วันเกิด : 14 พฤษภาคม 2519

สถานะ : โสด

ถิ่นกำเนิด : เนปาล

การศึกษา : ปริญญาตรี สถาบันราชภัฏสวนสุนันทา คณะนิเทศศาสตร์ เอกโฆษณา

งานอดิเรก : ท่องเที่ยว, อ่านหนังสือ, แต่งบ้าน, ทำงานศิลปะ

สิ่งที่ชื่นชอบ : ว่ายน้ำ, ฟิตเนส

ของสะสม : ภาพถ่าย, ซีดีเพลง

ที่อยู่ : บริษัท อาร์เอส โปรโมชั่น 419/1 อาคารเชษฐโชติศักดิ์ ลาดพร้าว 15 จตุจักร กรุงเทพฯ 10900

ผลงานเพลง : อัลบั้มชุดแรก นาธาน สังกัด อาร์เอสฯ เพลงที่รู้จัก นางฟ้ามาโปรด(2548), อัลบั้มชุดที่ 2 สิ่งที่เรียกว่าหัวใจ สังกัด อาร์เอสฯ

ผลงานเขียน : หนังสือชื่อ ผมมันเด็กหลังเขา(หิมาลัย)

ผลงานภาพยนตร์ : ร่วมแสดงภาพยนตร์ฮอลีวู้ด เรื่อง The Prince Of Red Shoe หรือ เดอะ พรินซ์ ออฟ เรด ชูหรือ เจ้าชายรองเท้าแดง ของผู้กำกับ วูล์ฟกัง ปีเตอร์เซ่น

ผลงานถ่ายแฟชั่น : Image/ Lip/ Popteen/ Omo(ญี่ปุ่น)

ผลงานโฆษณา : DTAC/ 7Eleven/ Fanta/ Nokai8310/ GSM(เวียดนาม, อินโดนีเซีย) / Clinic (อินโดนีเซีย)

อาร์เอส" รูดซิปปาก ไม่ตอบเรื่อง "นาธาน" ปลอมประวัติตัวเอง อ้าง หมดสัญญาไปนานแล้ว ฉะนั้นอย่าดึงเข้าไปเกี่ยวข้อง

หลังจากที่ "นาธาน โอร์มาน" โดน “ดีเจเจเจ จามจุรี จูลี่ แคสเชอร์” ดีเจคลื่น EASY FM 105.5 เวอร์จิ้นเรดิโอ ออกมาแจ้งความในข้อหายักยอกเงินร้าน Jamaree Yak Cafe Gallery&Bar เพราะไม่เอาเงินไปจ่ายค่าเช่าร้าน ซ้ำยังลวงให้โอนเงินไปให้เจ้าหนี้ตัวเอง และยังได้มีการแฉอีกว่า นาธานมีพฤติกรรมแปลกๆ หลายๆ อย่าง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องที่เคยปลอมตัวหลอกนักข่าวว่าเป็น “อรัญ” น้องชายของตนเอง โกงอายุบอกคนอื่นว่าเกิดปี 2526 แต่จริงๆ เกิดปี 2519 และปลอมเสียงเวลามีคนโทร.มาติดต่องาน

ซึ่งเรื่องราวดังกล่าว ส่งผลให้เกิดคำถามและข้อสงสัยต่างๆ ตามมา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องที่นาธานบอกว่า ตนเองโกอินเตอร์ไปเล่นหนังฮอลลีวูด อีกทั้งเป็นลูกครึ่งเนปาล เกิดและโตที่เนปาล พูดได้ 5 ภาษา คือ ฝรั่งเศส, เนปาล, รัสเซีย, อังกฤษ และภาษาไทย เหล่านี้ล้วนถูกตั้งคำถามว่าจริงหรือลวงโลก และแม้ว่าก่อนหน้านี้เจ้าตัวจะออกมาแถลงโต้ทุกประเด็นไปแล้ว ว่าได้ไปถ่ายทำหนังที่ฮอลลีวูดจริง และคอนเฟิร์มว่าเป็นลูกครึ่งเนปาล พ่อเป็นคนเนปาลแม่เป็นคนไทยเชื้อสายโอมาน

กระทั่งล่าสุดทีมบันเทิง "ASTVผู้จัดการออนไลน์" ได้ลงพื้นที่เพื่อเสาะหาความจริง ซึ่งกลายเป็นเรื่องโอละพ่อ เพราะได้รับคำยืนยันจาก "ยายออง" ยายแท้ๆ ของนาธานเองว่าเจ้าตัวเป็นคนไทยแท้ ชื่อเดิมคือ "หนึ่ง ธัญญวัฒน์ หยุ่นตระกูล" พ่อชื่อ “ธัญญา หยุ่นตระกูล” เป็นคนนครศรีธรรมราช ส่วนแม่ชื่อ "อุทัยวรรณ" เป็นคนสุราษฎ์ธานี ไม่ได้มีเชื้อสายหรือเสี้ยวแขกโอมานแต่อย่างใด

อย่างไรก็ตาม สิ่งต่างๆ ที่เกิดขึ้นทำให้มีคำถามตามมา ว่าเกิดอะไรขึ้นกับนาธาน เขามีเหตุผลอะไรที่ต้องทำอย่างนั้น เป็นความจงใจส่วนตัวที่อยากปั้นแต่งให้ตัวเองโดดเด่น หรือต้นสังกัดเก่าอย่าง "อาร์เอส" มีส่วนรู้เห็นในการเปลี่ยนแปลงประวัติครั้งนี้หรือไม่?

ทั้งนี้ตั้งแต่เกิดเรื่องทางฝ่ายอาร์เอสกลับนิ่งเฉย สอบถามไปยังพีอาร์ รวมไปถึง "แหม่ม พัชริดา วัฒนา" เจ้าหน้าที่บริหารอาวุโส ฝ่ายพัฒนาศิลปิน บริษัทอาร์เอส ทั้งหมดก็ปฏิเสธที่จะชี้แจงใดๆ อ้างไม่อยากเกี่ยวข้อง เนื่องจากนาธานหมดสัญญา ไม่ได้เป็นเด็กในสังกัดมานานแล้ว และจะไม่มีการแถลงข่าวชี้แจงใดๆ อีก

ในส่วนของขั้นตอนการคัดสรรศิลปินของอาร์เอส โดยคร่าวๆ นั้น ปัจจุบันการปั้นศิลปินจะต้องมีการตั้งโจทย์ว่าจะเอาลูกครึ่ง จะเอาแบบเกาหลี จะเอาบอยแบนด์ แล้วค่อยเฟ้นหา แต่สมัยนาธานไม่ได้มีวิธีการแบบนี้ หน้าที่นี้ขึ้นอยู่กับฝ่ายจัดหาที่จะต้องไปหาเด็กเข้ามาคัดตัว อาจจะไปหาตามสยาม ถ้าเด็กคนไหนเข้าตาก็จะมีการเทสและถ่ายรูปถ่ายวีดีโอเพื่อทำประวัติออกมา หลังจากนั้นก็จะไปที่ฝ่ายคัดเลือกศิลปิน ทางฝ่ายคัดเลือกศิลปินก็จะเอาประวัติและวีดีโอที่ฝ่ายจัดหาศิลปินมาดู ว่ามีแววหรือไม่ พอที่จะเป็นนักร้องได้หรือเปล่า แล้วก็จะเอามาแคสหนึ่งรอบ

ถ้าเกิดดูแล้วว่าเด็กคนไหนมีแวว ก็จะไปสู่ขั้นตอนที่สามคือฝ่ายพัฒนาศิลปิน เพื่อฝึกร้องเพลงและปรับบุคลิกภาพ และก็จะมีการทำสัญญา ซึ่งเรียกว่าสัญญาดูตัวหรือสัญญาศิลปินฝึกหัด จะเป็นสัญญาปีต่อปี หรือไม่ก็ 2 ปี หลังจากนั้นก็จะเป็นขั้นตอนสุดท้าย ก็จะมีผู้บริหารลงมาดูว่าจะเอาหรือไม่เอา จะได้ออกเทปหรือเปล่า หลังจากนั้นก็จะส่งให้ค่ายเพลงกำหนดคาแร็คเตอร์ เสื้อผ้า หน้า ผม แนวเพลงแล้วก็ได้ออกอัลบั้มแบบสมบูรณ์

ซึ่งมันก็เป็นเรื่องบังเอิญที่ช่วงนั้น “ชิ อนุชา ลังประเสริฐ” ผู้จัดการส่วนตัวของนาธาน เคยทำงานอยู่ฝ่ายจัดหาศิลปินของอาร์เอส ทำให้เกิดความสนิทสนมกันเป็นพิเศษ กระทั่งปัจจุบันก็ยังดูแลกันอยู่ แม้ว่าจะหมดสัญญากับอาร์เอสแล้วก็ตาม

สำหรับ “นาธาน โอร์มาน” นั้นก่อนหน้านี้เคยมีประวัติว่า ชื่อจริง นายนธัญ โอมานันท์ เกิดวันที่ 14 พฤษภาคม พ.ศ.2524 เป็นลูกครึ่งไทย-เนปาล เกิดและโตที่เนปาลก่อนจะหนีออกจากบ้านมาอยู่ประเทศไทยเมื่ออายุ 15 ปี และได้เข้าเรียนต่อที่โรงเรียนนานาชาติภูเก็ต จากนั้นจึงย้ายเข้ามาเรียนในกรุงเทพฯ ที่โรงเรียนเพาะช่าง ต่อด้วยคณะครุศาสตร์ เอกศิลปะ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา

ส่วนเส้นทางในวงการบันเทิง นาธาน โอร์มาน เริ่มต้นด้วยการถ่ายแฟชั่นตามนิตยสาร และถ่ายโฆษณา กระทั่งโชคดีได้มาจับไมค์ร้องเพลงเป็นศิลปินในสังกัดอาร์เอสฯ ออกอัลบั้มมาแล้ว 2 ชุดคือ “Nathan” และ “สิ่งที่เรียกว่าหัวใจ” พร้อมกับมีผลงานพ็อกเก็ตบุ๊คซึ่งบอกเล่าเรื่องราวประวัติชีวิตและบ้านเกิดที่เนปาล “ผมมันเด็กหลังเขา (หิมาลัย)” และ “โลกนี้ไม่เหงาแล้ว (Not A Lonely Planet)”

โดยในหนังสือดังกล่าวมีการเล่าว่าเรื่องต่างๆ เช่น นาธานเกิดที่เมืองปาตัน ประเทศเนปาล ตอนเด็กๆ ต้องเดินไปโรงเรียนเพราะไม่มีรถโรงเรียน และต้องเดินผ่านป่าหิมพานต์ทุกวัน ไปเจอมัคนารีผล แต่ด้วยความที่เป็นเด็กก็เลยเอาก้อนหินไปปา มัคนารีผลก็เลยตกใจร้องเสียงลั่นป่า ส่วนพ่อกับแม่ก็มาพบรักเจอกันทีป่าหิมพานต์

มีพี่สาวอยู่ไคโรเป็นนักโบราณคดี อายุ 12 ไปหาพี่สาวที่อียิปต์ พี่สาวไปสำรวจพีระมิด ช่วงที่รอก็ไปทำงานของพี่สาวเสียหาย จนถูกด่าก็เลยงอน แอบไปนอนในโลงศพมัมมี่จนโดนงูเห่ากัด

พออายุ 14-15 เคยหนีไปกับกองคาราวานเพื่อไปหาพี่สาวที่เมืองจีน จนไปเจอโจรทะเลทราย และถูกทิ้งไว้ที่ทะเลทรายกับเพื่อน 2 วันเต็มๆ โชคดีที่ขบวนพระลามะที่กำลังจะไปทิเบตผ่านมาเจอ ซึ่งในขบวนนั้นมีเพื่อนแม่มาด้วยก็เลยได้กลับบ้านและเรื่องอื่นๆ

อย่างไรก็ตามการเป็นนักร้องของนาธานก็ไม่ได้ประสบความสำเร็จ โด่งดังเท่าข่าวตามหน้าหนังสือพิมพ์ ที่เป็น 1 ในผู้รอดชีวิตในเหตุการณ์คลื่นยักษ์สึนามิถล่มพร้อมกับเพื่อนซี้ อ้น-สราวุฒิ มาตรทอง เมื่อปี 2547 กระทั่งราวปลายปี 2551 นาธานก็ได้ประกาศจะได้เล่นหนังฮอลลีวู้ดเรื่อง “The Prince Of Red Shoe” ของบริษัทบิ๊กบลู ในเครือค่ายทเวนตี้ เซ็นจูรี่ ฟอกซ์ ประกบดาราดังชื่อก้องโลก บรู๊ซ วิลลิส และคริสติน่า ริชชี่ โดยมีวูลฟ์ กัง ปีเตอร์สัน และมูฮำหมัดซูอัต เป็นผู้กำกับ

ซึ่งเรื่องนี้นี่เองที่ทำให้นาธานถูกตามขุดคุ้ย และถูกแฉว่าเป็นจอมลวงโลก เมื่อนักสืบจากโลกไซเบอร์ได้ช่วยกันเช็คข้อมูลไปยังต้นสังกัดของหนังเรื่องดังกล่าว ปรากฏไม่มีรายชื่อการสร้างหนังเรื่องนี้แต่อย่างใด ต่อมาเหล่าหุ้นส่วนของร้าน “JAMAREE YAK CAFE GALLERY” ได้ตามออกมาแฉอีกระลอกว่า โดนนาธานโกงเงินพร้อมเข้าแจ้งความดำเนินคดี จนเจ้าตัวต้องออกมาแถลงข่าวตอบโต้ว่า เป็นแค่หุ้นลมทำหน้าที่ประชาสัมพันธ์ พร้อมยังยันเป็นลูกครึ่งเนปาล โดยคุณแม่เป็นคนจ.สตูล ส่วนคุณพ่อเป็นแขกขาวประเทศเนปาล



คลิป นาธาน โอมาน เเถลงกรณีโกงเงิน - ลวงโลก
เผย ประวัตินาธาน โอมาน ผ่าน สรยุทธเจาะข่าวเด่น 1


คลิป นาธาน โอมาน เเถลงกรณีโกงเงิน - ลวงโลก
เผย ประวัตินาธาน โอมาน ผ่าน สรยุทธเจาะข่าวเด่น 2
Click the image to open in full size.
webmaster@songtoday.com
ถ้าอยากเดินไปข้างหน้า ไม่ควรย้อนอดีต เอามาทำร้ายปัจจุบัน
if you want to step forward. you should not keep hurtind yourselfvthinking about the past.
แก้ไขครั้งล่าสุดโดย Webmaster : 2009-11-23 เมื่อ 03:52 AM.
ตอบพร้อมอ้างข้อความ
รูปส่วนตัว Webmaster
Administrators


สมัครเมื่อ: 2008-04-29
ที่อยู่: กรุงเทพมหานคร
โพสต์: 1,062
Level: 28 HP: 36 / 692
MP: 354 / 22913
EXP: 71%
‘นาธาน โอร์มาน’เรื่องจริงที่รอการพิสูจน์

November 19, 2009 by กล้วยไม้
Filed under ข่าว ดารา คนดัง

Leave a Comment
คมชัดลึก : ก่อนหน้านี้ บันเทิง คม ชัด ลึก เคยรวบรวมคู่กรณีของ นาธาน โอร์มาน มาแล้ว ไม่ว่าจะเป็น “ดีเจเจเจ” จามจุรี แคสเชอร์ และ นพวรรณ ทองเจริญ หุ้นส่วนร้านกาแฟ Jamaree Yak Cafe Gallery & Bar ที่ออกมาแฉว่าถูก นาธาน ยักยอกทรัพย์ของร้าน เป็นจำนวนเงิน 72,000 บาท รวมถึงยังมี สมาน สุขเสริม แม่บ้านของนาธาน ที่เข้าแจ้งความดำเนินคดี ที่สน.คลองตัน กล่าวหาอดีตนายจ้างยืมเงินไปแล้วไม่คืนกว่า 3 แสนบาท
นอกจากนี้ยังมี จารุวรรณ วัฒนาเดช รัตติกร โลหะชลิตานนท์ นิธิวรรณ รัตนธิกุล สรัญญา สิทธิธีรรัตน์ ที่ซื้อทัวร์ของนาธานที่อ้างว่าจะพาไปเนปาล แต่สุดท้ายก็ยังไม่มีวี่แวว รวมถึง อรทัย ยิ้มละม้าย อดีตพนักงานบัญชีโรงพยาบาลเอกชนชื่อดังแห่งหนึ่ง ก็เดินทางเข้าแจ้งความดำเนินคดีกับอดีตนักร้องหนุ่มที่เคยบอกว่าจะสามารถฝากงานเข้าการท่องเที่ยวประเทศไทย (ททท.) ได้ แต่สุดท้ายก็ไม่เป็นอย่างที่รับปากไว้ ทั้งที่จ่ายเงินค่าดำเนินการไปแล้ว
จนถึงวันนี้ คู่กรณีของ นาธาน ยังคงเดินหน้ากันออกมาแฉอย่างต่อเนื่อง ทั้ง ฉลอง จันทร์นาค คุณยายของน้องอ้อม เด็กดักแด้ ที่ออกมาแฉว่าอดีตนักร้องคนดัง อาศัยใช้ความไว้เนื้อเชื่อใจที่น้องอ้อมมีให้ อ้างว่าเพราะเงินบริจาคเกี่ยวกับสึนามิมีปัญหา จึงขอยืมเงินหลักแสน
“เขายืมไปตอนปี 2548 เฉพาะที่เอากับตาไปแปดหมื่น แล้วเป็นเงินจากการเล่นแชร์ที่ตากับยายสะสมเอาไว้ ตอนแรกเขายืมของอ้อม แต่ยายกลัวของอ้อมหมดก็เลยให้มาเอาของเรา ก็เห็นว่าเป็นเพื่อนกับอ้อม ยายก็ไห้ไป แล้วตอนหลัง เขาก็มาหลอกอ้อมอีก บัญชีนั้นมีอยู่สองหมื่นกว่าบาท เป็นเงินที่อ้อมเขียนหนังสือกับรายการเจาะใจ แล้วพี่แมว (โปรดิวเซอร์รายการเจาะใจ) ก็ให้ยายมาสองหมื่นกว่าบาท เราก็เอาเงินนั้นเข้าบัญชีของธนาคารกรุงศรีฯ เป็นชื่ออ้อม แล้วอ้อมก็มาหลอกยายว่าบัตรเอทีเอ็มเขาหาย จนเขามาบอกทีหลังว่าให้บัตรนาธานไปกดเอง รวมๆ แล้วก็แสนกว่า”
ยายน้องอ้อมยังกล่าวต่ออย่างเสียใจว่า นอกจากเงินที่ยังไม่ได้ใช้คืนแล้ว งานศพของน้องอ้อม ก็ยังไร้วี่แววของอดีตนักร้องดัง ซึ่งภายหลัง นาธาน ได้ออกมายอมรับว่า เขาเคยยืมเงินของน้องอ้อมจริง แต่ไม่เคยเอาบัตรเอทีเอ็มของน้องอ้อมมากด ส่วนที่ไม่ได้เดินทางมางานศพน้องอ้อม เพราะติดถ่ายหนังอยู่ที่ต่างประเทศ โดยเรื่องนี้ “น้องแอ้ม” ธีราภร ฤทธิโชติ น้องสาวของอ้อม ก็ได้มายืนยันว่านาธานไม่ได้หลอก แต่น้องอ้อมเต็มใจให้ยืมเงินเองด้วยความสงสาร ซึ่งได้ทยอยใช้เงินคืนแล้ว แม้จะยังไม่หมดก็ตาม
อีกรายที่ออกมายอมรับว่าเคยเป็นเหยื่อของนาธานเหมือนกัน คือ “น้องลูกปัด” อมาตยา ไชยะคำ รองมิสอัลคาซ่าร์ ปี 2005 ที่เล่าว่านาธานได้มารู้จักและสนิทสนมกับครอบครัวเธอ กระทั่งวันหนึ่งนาธานได้เอ่ยปากว่า ทางบริษัท เจ เอส แอล จะจัดทัวร์ไปเคนยา คุณแม่ของน้องลูกปัดสนใจจะไปร่วมทริปดังกล่าวด้วย จึงได้โอนเงินให้นาธานไป 3 แสนบาท แต่จนถึงตอนนี้ก็ยังไม่ได้ไปทัวร์ใดๆ ทั้งสิ้น กระทั่งมีเรื่องราวต่างๆ ตามมาแฉนาธานมากมาย เลยคิดว่าครอบครัวเธออาจจะเป็นอีกหนึ่งรายที่ตกเป็นเหยื่อ แต่ทั้งนี้ครอบครัวของเธอก็ไม่ได้ติดใจจะเอาความ แต่ตัวเธอรู้สึกว่าควรจะต้องพูด เพื่อให้คนได้รู้ความจริง
ก่อนหน้านี้ มีคนพยายามจะจับผิดนาธานหลายรื่อง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องที่นาธานบอกว่าได้ไปเล่นหนังไตรภาคฟอร์มยักษ์ของฮอลลีวู้ด เรื่อง The Prince Of Red Shoe กำกับโดย วูล์ฟกัง ปีเตอร์สัน มีดารานำ บรูซ วิลลิส คริสติน่า ริชชี และจอนนี่ เด็ปป์ รับค่าตัวประมาณ 70 ล้านบาท แต่เมื่อชาวเน็ตเว็บไซต์พันทิป ดอท คอม พยายามหาข้อมูลใน imdb.com กลับไม่พบแต่อย่างใด รวมถึงรูปใน hi5 ของนาธาน ที่อ้างว่าเป็นกองถ่าย ก็ถูกจับได้ว่าเป็นรูปจากเทศกาล Burning Man 2005 แต่นาธานอ้างว่าแฟนคลับทำให้ เขาไม่รู้เรื่อง ทั้งนี้เมื่อสื่อขอให้โชว์พาสปอร์ตเป็นหลักฐานยืนยันว่าเดินทางไปถ่ายทำหนังจริง แต่นาธานก็โชว์อย่างไม่เต็มใจ อ้างว่าเขาไม่ใช่นักโทษ และทางกองถ่ายก็อยากให้เป็นความลับ พร้อมบอกว่าเท็จจริงเป็นอย่างไร อนาคตจะได้เห็นแน่
ในเรื่องที่นาธานยืนยันว่าเขาเป็นคนไทย มีเชื้อสายและเกิดที่เนปาลนั้น ก็มีผู้สงสัย เนื่องจากในทะเบียนบ้านของนาธานระบุว่า นาธานมีชื่อจริงว่า ธัญญวัฒน์ หยุ่นตระกูล เกิด 14 พฤษภาคม 2519 อายุ 33 ปี ก่อนจะเปลี่ยนชื่อเป็น นธัญ โอมานันท์ คุณพ่อชื่อธัญญา คุณแม่ชื่ออุทัยวรรณ มีสัญชาติไทย แถมเพื่อนเก่ายังออกมาบอกว่านาธานเรียนประถมที่โรงเรียนดรุณศึกษา เรียนมัธยมต้นที่โรงเรียนทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช และเป็นคนไทย ไม่ใช่ลูกครึ่ง
นอกจากนี้ ยังมีข้อความเหลือเชื่อที่นาธานเขียนลงในพ็อกเก็ตบุ๊กของเขาเอง ไม่ว่าจะเป็นที่ว่าเขาเกิดที่เมืองปาตัน ประเทศเนปาล ตอนเด็กๆ ต้องเดินผ่านป่าหิมพานต์ทุกวัน ไปเจอมัคนารีผล แต่ด้วยความที่เป็นเด็กก็เลยเอาก้อนหินไปปา มัคนารีผลก็เลยตกใจร้องเสียงลั่นป่า
โดยเรื่องราวต่างๆ นี้ แม่ของ “ปุ๊กกี้” ปริศนา พรายแสง ได้ออกมาสาวไส้แบบหมดเปลือก ว่าครอบครัวของเธอ ถูกนาธานหลอกเอาเงินไปร่วมล้านแล้ว โดยเผยว่ารู้จักกับนาธานเมื่อ 5 ปีที่แล้ว เพราะตอนนั้น จะเชิญศิลปินไปทำกิจกรรมที่ออสเตรเลีย ตอนแรกอยากได้ “บีม” กวี ตันจรารักษ์ แต่บีมติดเรียน “ชิ” อนุชา ลังคประเสริฐ อดีตผู้จัดการส่วนตัวของนาธาน เลยแนะนำนาธานให้ไปทำกิจกรรมในครั้งนั้น นาธานได้มารู้จักกับ ตู่ เพื่อนของเธอที่เป็นเจ้าของร้านอาหารอยู่ที่ซิดนีย์ ซึ่งนาธานไม่มีตังค์เลย มีหนี้สินเพียบ ด้วยความสงสาร ตู่จึงได้ช่วยเหลือนาธานทั้งจ่ายค่าบ้าน ค่าโทรศัพท์ รวมถึงยังยืนยันว่า นาธานไม่ใช่ลูกครึ่งเนปาลแน่นอน เพราะตัวนาธานไม่เคยไปเนปาล และนาธานเคยบอกว่าอยากจะพานักข่าวไปเนปาล
“นาธานเป็นคนพูดอะไรไม่ค่อยจะตรง อย่างบอกว่าย่าเขาเป็นตุรกี แล้วก็บอกว่ายายเป็นคนพาหนีมา แล้วก็เป็นคนจัดการเรื่องวีซ่าให้ จริงๆ แล้วไม่ใช่เลย เขาออกจากประเทศไทยครั้งแรกก็คือมาที่ซิดนีย์นั่นแหละ แล้วมาคุยโม้บอกว่าพูดได้ 5 ภาษา ซึ่งพวกเราพูดกันได้ทั้งอาหรับ ทั้งฝรั่งเศส ก็เลยรู้ว่าไอ้นาธานมันโกหก อย่างตู่เขาอยู่เนปาลมาเป็นปีๆ เขารู้ พอได้อ่านหนังสือของนาธานเขาก็ขำ เดินผ่านทะเลทราย บอกว่าไปเฝ้าราชินีมันจริงซะที่ไหนล่ะ เรื่องจริงควีนโดนฆ่าตายไปหมดแล้ว มีที่ไหนป่าหิมพานต์ ตู่บอกว่าเด็กที่เขาเลี้ยงอยู่บนภูเขาต้องเดินตั้ง 2 วัน แล้วต้องไปหลับตรงกลางทางกลัวเสือจะมาคาบ นาธานก็เอาไปแต่งเป็นเรื่องเป็นราวของตัวเอง”
แม่ของปุ๊กกี้ยังเล่าต่อว่า มารู้ความจริงจากเจ้าของร้านตัดผมที่โรงแรมดุสิตธานี เมื่อ 1-2 ปีที่ผ่านมา ว่าจริงๆ นาธานอยู่กับยาย เรียนที่โรงเรียนทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช กระทั่งนาธานหนีออกจากบ้าน จับพลัดจับผลูได้มาเป็นนักร้องอยู่อาร์เอส
เรื่องจริงที่รอการพิสูจน์ อาจไม่รู้ว่านานแค่ไหน แต่เรื่องจริงเป็นอย่างไร คนที่รู้อยู่แก่ใจมีเพียง “นาธาน” คนเดียวเท่านั้น

Tags: THE PRINCE OF RED SHOE, นาธาน โอมาน, ล่าสุด, โกหก
นาธานจัดฉาก ช่างภาพแฉ ถ่ายหนัง The Prince Of Red Shoe

November 19, 2009 by กล้วยไม้
Filed under ข่าว ดารา คนดัง

Leave a Comment
“นาธานซีรีย์” โดนอีกดอก “เปี๊ยก โมเดลลิ่ง” ออกรายการทีวี 3 ซัดภาพถ่ายที่นาธานที่อ้างว่าอยู่ในหนังเรื่อง ”THE PRINCE OF RED SHOE’‘ ทั้งแต่งหน้าทำผม เป็นฝีมือเปี๊ยกเอง แถมซัดแม่เลี้ยงนาธาน ทำไมไม่สอนลูกให้ดี อ้างที่ออกมาแฉเพราะไม่ต้องการถูกเหมารวมอยู่ในขบวนการ..
เมื่อวันที่ 18 พฤศจิกายน 2552 ในรายการเรื่องเด่นเย็นนี้ ทางไทยทีวีสีช่อง 3 “เปี๊ยก โมเดลลิ่ง” ผู้ที่เคยโพสต์แฉเรื่องราวเกี่ยวกับรูปถ่ายที่นาธาน โอมาน อดีตนักร้องนักแสดงที่กำลังเป็นข่าวฉาวโฉ่อยู่ในขณะนี้ อ้างว่าเป็นรูปภาพที่ตัวเขาเล่นในภาพยนตร์ฮอลลีวูดเรื่อง ”THE PRINCE OF RED SHOE” นั่นเป็นฝีมือถ่ายของตัวเองเปี๊ยก เล่าว่า เมื่อวันที่ 7 ก.ค. 2009 นาธานมาติดต่อขอให้ตนเองไปแต่งหน้าและถ่ายรูปที่ประเทศโอมาน โดยอ้างว่ากองถ่ายหนังฮอลลีวูดเรื่อง ”THE PRINCE OF RED SHOE” มีโควตาให้คนไทยอีก 2 ใบ ๆ หนึ่งคือแม่บุญธรรมของนาธาน เหลืออีกใบจึงมาชักชวนตน
“ตอนแรกเขามาชวนเราบอกว่าเดี๋ยวจะพาไปเที่ยวที่โอมาน แต่ให้เราแต่งหน้าและถ่ายรูปให้เขาหน่อยนะ เขาบอกว่าแต่พอเราไปปรากฏว่า ไม่เห็นมีทีมงานหนังฮอลลีวูดแบบที่เขาบอก ไม่เจอ บรูซ วิลลิส ไม่มี คริสติน่า ลิชซี่ นักแสดงนำแบบที่นาธานอ้าง”
พอวันที่ 8 ก.ค. เปี๊ยกบอกว่า นาธานก็มาขอร้องให้เขาช่วยแต่งหน้า แต่งตัวและถ่ายรูปให้ โดยคอนเซ็ปต์ทั้งหมดนาธานได้คิดเอาไว้เรียบร้อยแล้ว โดยเขาแค่บอกว่าตัวละครที่เขาอ้างว่าได้เล่นนั้นมีบุคลิกยังไง หนังคอนเซ็ปต์เป็นยังไงกับเราเท่านั้น ชุดที่นาธานอ้างว่าเป็นชุดที่ใส่ในหนัง อูฐที่นาธานนั่งถ่ายรูป ซึ่งภายหลังนาธานอ้างว่าเป็นรูปถ่ายจากหนังเรื่อง ‘THE PRINCE OF RED SHOE”ที่เขาเล่น แต่จริงๆ ทั้งหมดนาธานเตรียมมาเอง
เปี๊ยกยอมรับว่าตลอดระยะเวลากว่า 1 สัปดาห์ อึดอัดมาก จนกระทั่งก่อนวันสุดท้ายที่เราจะกลับเราก็ทนไม่ได้เลยนะ ขนาดเขวี้ยงกล้องถ่ายรูปทิ้ง แล้วก็ชี้หน้าว่าคุณแหม่ม (แม่บุญธรรมนาธาน) ว่าทำไมไม่สอนลูกคุณบ้าง เขาก็บอกขอโทษๆ เปี๊ยกก็บอกว่าไม่ต้องขอโทษไปว่าลูกคุณเถอะ”ที่เปี๊ยกออกมาพูด ออกมาแฉก็เพราะว่าไม่ให้สังคมมองเราแบบผิดๆ เพราะเปี๊ยกไม่ได้มีส่วนในการหลอกลวงในครั้งนี้ เปี๊่ยกก็เป็นเหยื่อในการหลอกลวงของนาธานครั้งนี้อีกคนหนึ่ง” เปี๊ยก กล่าว

Tags: THE PRINCE OF RED SHOE, นาธาน โอมาน, ภาพยนตร์, หนัง, แฉ
ลำดับเหตุการณ์ระทึกของ นาธาน โอมาน

November 17, 2009 by กล้วยไม้
Filed under ข่าว ดารา คนดัง

Leave a Comment
กลายเป็นเรื่องทอค ออฟ เดอะทาว์นกันไม่หยุดสำหรับเรื่องราวของอดีตนักร้อง นาธาน โอมาน หลังจากมีข่าวออกมามากมายทำให้เจ้าตัวถูกมองว่าเป็นคนลวงโลก วันนี้เรามาลำดับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในอดีตจนถึงปัจจุบันให้ทราบกันอีก ครั้ง
1. อดีตนักร้อง นาธาน โอมาน ให้สัมภาษณ์กับสื่อต่างๆ ว่าเขากำลังจะเล่นหนัง Hollywood เรื่อง The Prince Of Red Shoe กำกับโดย Wolfgang Petersen มีดารานำ Bruce Willis , Christina Ricci และ Johnny Depp รับค่าตัวประมาณ 70 ล้านบาท เป็นหนังไตรภาคฟอร์มยักษ์ ลงทุนเป็นพันล้าน
2. ช่วงแรกมีแต่เสียงชื่นชมยินดี ดีใจที่ได้เห็นคนไทยก้าวไกลไป Hollywood ต่อ มาเริ่มมีคนสืบหาข้อมูลเกี่ยวกับหนังเรื่องนี้ เพราะเห็นว่ามีคนไทยได้แสดง แต่แล้วก็พบกับความไม่ชอบมาพากล ทำไมไม่มีข้อมูลเกี่ยวกับหนังเรื่องนี้อยู่เลย
- หาใน imdb.com ไม่มีข้อมูล
- ใน hi5 ของ นาธาน มีรูปที่อ้างว่าเป็นกองถ่าย และต่อมาถูกบัตรผ่านชื่อ “บัตรเดียวผ่านตลอด” จับได้ว่ารูปพวกนั้นเป็นรูปจากเทศกาล Burning Man 2005 ซึ่งเป็นจุดปะทุทำให้เกิดการตรวจสอบอย่างเข้มข้น
- เมื่อถูกจับได้ก็รีบไปลบรูปใน hi5 ทิ้งทั้งหมด ส่วน นาธาน อ้างว่าเป็นแฟนคลับทำให้ ตัวเองไม่รู้เรื่อง
- ตัวแทน Christina Ricci ไม่รู้
- ช่างภาพส่วนตัว Bruce Willis ไม่รู้
- ถาม webmaster http://brucewillispl.com/ ไม่รู้
- นักข่าวโทรถาม FOX TH ไม่มีข้อมูล
- ถาม FOX US ไม่มีข้อมูล
- ใน website fanclub ของ Willis และ Ricci มีภาพของทั้งคู่ตลอดปี ไม่มีเวลาไหนเดินทางไปถ่ายทำหนังที่ตะวันออกกลาง ทั้งคู่อยู่ใน USA ตลอด
3. มีความพยายามจะเข้าไปสร้างหลักฐานเท็จใน wiki ในส่วนประวัติของ Wolfgang Petersen พิมพ์ The Prince Of Red Shoe (2011) ลงไป
4. ดีเจ JJ นำหุ้นส่วนร้านกาแฟเข้าแจ้งความ นาธาน ยักยอกเงินค่าเช่าร้าน
5. มีผู้เสียหายจากการถูกโกงเงินค่าทัวร์ มาตั้งกระทู้ในพันทิป และมีอีกหลายคนเข้าแจ้งความเพิ่ม
6. นักข่าวที่เล่นพันทิปจึงนำข้อสงสัยไปสอบถาม นาธาน แต่ก็ไม่ได้รับคำตอบอะไรที่สามารถยืนยันได้ว่านาธานไปถ่ายหนังจริง ถามอะไรๆ ก็ตอบว่าเป็นความลับ ขอให้โชว์พาสปอร์ตก็บอกว่าไม่ใช่นักโทษ ทำไมต้องทำ เอามาโชว์หน้าที่เดินทางไปโอมานเท่านั้น โชว์อย่างไม่เต็มใจ และกล่าวหาว่ามีผู้เสียผลประโยชน์ต้องการ discredit ตัวเอง หัวใจตัวเองไม่ใช่ของสาธารณะ ไม่ใช่ที่ให้ใครมาเหยียบย่ำ พร้อมยืนยันตัวเองเป็นลูกครึ่งจริง พ่อเป็น เนปาล แม่เป็นลูกครึ่งไทย โอมาน
7. นาธาน พูดไม่ตรงกันเรื่องคุณพ่อ คุณแต้ว บก.โมเดล เอาหนังสือที่นาธานเคยให้สัมภาษณ์มาตั้งกระทู้ บอกว่าพ่อเป็นคนไทย แม่เป็น เนปาล แม้แต่ตัวเองก็พูดไม่ตรงกับคำพูดตัวเองในอดีต
8. พาสปอร์ตหน้าที่เอามาโชว์นั้น เขียนว่านครศรีธรรมราช เกิดความสงสัยว่าหนุ่มลูกครึ่ง เนปาล คนนี้เป็นใคร มีเชื้อเนปาลจริงหรือ
9. และแล้ว นาธาน ตัวจริงก็ปรากฏตัว เพื่อนเก่าสมัยเรียนไทยวิจิตรศิลป์นำรูปมาโชว์ว่านี่คือ นาธาน เขาเป็นคนไทยแท้ ไม่ใช่ลูกครึ่งมาจากไหน
10. นักข่าวช่อง 3 สืบค้นได้ว่า ชื่อจริง ธัญญวัฒน์ หยุ่นตระกูล เกิด 14 พ.ค. 2519 อายุ 33 ปี คุณพ่อชื่อธัญญา คุณแม่ชื่ออุทัยวรรณ นักข่าวช่อง 3 พยายามขอเข้าพบนายธัญญาแต่ถูกปฏิเสธว่าไม่รู้จัก นาธาน แต่สอบถามเพื่อนบ้านแล้วยืนยันตรงกันว่านายธัญญาเป็นพ่อของนาธานจริง
11. เว็บผู้จัดการตามตัวคุณยายอองได้ คุณยายอองเป็นแม่ของคุณอุทัยวรรณ แม่ของ นาธาน คุณยายให้สัมภาษณ์ว่านาธานหนีออกจากบ้านไปเมื่อจบ ม.3 และไม่เคยกลับมาเยี่ยมเลย รู้แต่ว่าหลานกำลังจะได้เล่นหนังฝรั่ง ส่วนคุณอุทัยวรรณไม่ยอมให้สัมภาษณ์
12. เว็บผู้จัดการยืนยัน นาธาน เป็นคนนครศรีธรรมราช คุณพ่อเป็นคนไทยเชื้อสายจีน คุณแม่เป็นคนไทยแท้ ไม่มีเชื้อสายเนปาลหรือโอมานแต่ประการใด
13. นักสืบพันทิปสามารถติดต่อชาวไทยในโอมานได้ และช่วยสืบเรื่องรูปที่นาธานแต่ง costume แขกถ่ายมาอ้างเป็นกองถ่าย ซึ่งเป็นรูปชุดที่ 2 ต่อจากรูปชุดแรกที่ถูกจับได้แล้วว่ามาจากเทศกาล Burning Man 2005
14. รูปพวกนั้นถ่ายจากสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ ของโอมาน ไม่ใช่พระราชวังต้องห้ามตามที่นาธานกล่าวอ้างแต่อย่างใด ทุกคนสามารถไปถ่ายรูปตามสถานที่ต่างๆ ได้ ไม่ใช่ที่ปกปิดหวงห้าม
15. สถานที่ต่างๆ เช่น Grand Palace โรงแรม Shangrila ในมัสกัตและหาดทรายบริเวณโรงแรม อูฐในรูปนั้นเช่าจากโรงแรม มีพนักงานบริการจูงให้
16. ส่วนผู้หญิงที่อ้างว่าเป็นการเข้าฉากร่วมกับ Christina Ricci สืบได้ความว่าเป็นเด็กฝึกงานสถานทูตที่ให้การต้อนรับนาธานเป็นการส่วนตัว ให้พักที่บ้าน
17. ไปหลอกพนักงานจูงอูฐด้วยว่าคณะตัวเองเป็นนักแสดงไทยมาถ่ายหนัง
18. ชาวไทยในโอมานสอบถามทางโรงแรมแล้ว โรงแรมยืนยันว่าไม่มีกองถ่ายหนังที่ไหนมาที่นี่ เพราะถ้ามีต้องเป็นข่าวดังไปทั่วประเทศ ซึ่งจะเป็นการโปรโมตประเทศโอมานไปด้วย พร้อมทั้งรู้เรื่องของนาธานว่าเที่ยวไปพักบ้านคนโน้นคนนี้ ไปพักโรงแรมก็ขอส่วนลดค่าอาหาร จะให้กุ๊กไทยเซ็นชื่อให้ แต่กุ๊กไทยปฏิเสธเพราะไม่รู้จัก
19. รูปที่นั่งถ่ายบริเวณชายหาด ซึ่งถูกสมาชิกพันทิปแซวว่าเป็นเห้งเจียตากแห้ง รองเท้าที่ใส่สามารถหาซื้อได้จากพาหุรัด คู่ละ 200 บาท
20. ดีเจ JJ ออกรายการเกิดมาคุย วู้ดดี้ ยืนยันว่านาธานอยู่เมืองไทยตลอด และยังเคยให้เจเจช่วยโกหกคนอื่นด้วยว่าเป็นอรัญ น้องชายของนาธาน
21. นักสืบพันทิปจับโกหกได้อีกหลายประเด็นเช่น
- ทะเลทรายซาฮาร่าในตะวันออกกลาง
- ดำน้ำทะเลสาบเดดซี
- ทำ six packs ด้วยการผ่าหน้าท้องเอาซิลิโคนยัดแล้วเย็บ
22. หนังสือเด็กหลังเขา มีข้อความอภินิหารเหลือเชื่อว่า
- นาธานเกิดที่เมืองปาตัน ประเทศเนปาล ตอนเด็กๆ ต้องเดินไปโรงเรียนเพราะไม่มีรถโรงเรียน และต้องเดินผ่านป่าหิมพานต์ทุกวัน ไปเจอมัคนารีผล แต่ด้วยความที่เป็นเด็กก็เลยเอาก้อนหินไปปา มัคนารีผลก็เลยตกใจร้องเสียงลั่นป่า ส่วนพ่อกับแม่ก็มาพบรักเจอกันทีป่าหิมพานต์
มีพี่สาวอยู่ไคโรเป็นนัก โบราณคดี อายุ 12 ไปหาพี่สาวที่อียิปต์ พี่สาวไปสำรวจพีระมิด ช่วงที่รอก็ไปทำงานของพี่สาวเสียหาย จนถูกด่าก็เลยงอน แอบไปนอนในโลงศพมัมมี่จนโดนงูเห่ากัด
พออายุ 14-15 เคยหนีไปกับกองคาราวานเพื่อไปหาพี่สาวที่เมืองจีน จนไปเจอโจรทะเลทราย และถูกทิ้งไว้ที่ทะเลทรายกับเพื่อน 2 วันเต็มๆ โชคดีที่ขบวนพระลามะที่กำลังจะไปทิเบตผ่านมาเจอ ซึ่งในขบวนนั้นมีเพื่อนแม่มาด้วยก็เลยได้กลับบ้านและเรื่องอื่นๆ
- ข้อความเหล่านี้ทำให้ทราบว่าชีวิตของนาธาน มีแต่นิทานหลอกเด็กเท่านั้น
23. นาธานอ้างว่าเคยเข้าเรียนโรงเรียนนานาชาติภูเก็ต ศิษย์เก่านานาชาติภูเก็ตช่วยสอบถามข้อมูลให้
1. PIS (Phuket Inter’ School) ไม่มีคนชื่อนาธานเรียนแน่นอน (ปัจจุบันปิดไปแล้ว ปิดหลังจากมี DIC และนักเรียนส่วนใหญ่ย้ายไป DIC)
2. DIC (Dulwich) ไม่มีเช่นกัน รุ่นแรกของ DIC อายุ 28 ปี
3. ถามเพื่อนชาวเนปาล ได้คำตอบว่านาธานพูดเนปาลได้เป็นคำๆ เท่านั้น
24. ที่อ้างว่าพูดได้ 5 ภาษา เอา clip youtube ที่นาธานพูดภาษาเนปาลให้เจ้าของภาษาฟัง ได้คำตอบว่าฟังไม่รู้เรื่อง ส่วนภาษาอังกฤษ นักสืบพันทิปช่วยกันฟังแล้ว นาธานพูด Broken English เป็นไปไม่ได้เลยที่เขาจะเข้าใจและท่องบทเป็นภาษาอังกฤษได้ ถ้าภาษาเขาห่วยๆๆๆ อย่างนั้น
25. รายการห้องสืบสวนหมายเลข 9 นำข้อมูลนักสืบพันทิปทั้งหมดไปออกรายการ ช่วยเผยแพร่ความจริงให้ประชาชนเข้าใจ
26. แม่บ้านของนาธานที่ทำงานกับนาธานมา 10 ปี คุณเต็ม สมาน สุขเสริม และลูกชายแจ๊ค อาทิตย์ กุลฝ้าย เข้าแจ้งความกับตำรวจว่านาธานหลอกยืมเงิน 3 แสนบาทและหนีหายไป พร้อมกับนำตรายางจำนวนมาก มีทั้งตราหน่วยงานราชการและตราบริษัทสร้างหนังเป็นหลักฐานว่านาธานใช้หลอก ผู้อื่นว่ามีสัญญาจ้างเล่นหนัง Hollywood จริง พร้อมทั้งสำเนาทะเบียนบ้านและสำเนาบัตรประชาชนยืนยันว่านาธานมีพ่อแม่เป็นคน ไทย พ่อชื่อนายธัญญา แม่ชื่อนางอุทัยวรรณ เป็นคนไทยแท้ มิใช่ลูกครึ่งเนปาล ชื่อเดิมธัญญวัฒน์ หยุ่นตระกูล และเปลี่ยนเป็นนธัญ โอมานันท์ภายหลัง
แม่ บุญธรรมของนาธาน คุณครูแหม่ม ช่วยรับรองว่านาธานเป็นลูกครึ่งเนปาลจริงและได้เล่นหนัง Hollywood จริง แต่ก็ไม่มีหลักฐานอะไรมาแสดง นอกจากคำพูดของแม่บุญธรรมว่าแม่เลี้ยงมากับมือ และพยายามพูดว่าแม่บ้านกับลูกชายเป็นคนเลว โกงเงินร้านโรตี เคยติดคุกข้อหายาเสพติด นาธานรู้จักกับแม่บ้าน 2 ปีเท่านั้น แม่บ้านทำตรายางเพื่อใส่ร้ายนาธานเพราะโกรธแม่บุญธรรมแล้วทำอะไรไม่ได้เลยมา ลงที่นาธาน
- แม่บุญธรรมและนาธานตั้งโต๊ะแถลงข่าว แต่ก็ถูกแม่บ้านและลูกชายบุกกลางงานจนต้องล่าถอย หลบหนีนักข่าว นาธานไม่สามารถแสดงหลักฐานอะไรยืนยันตัวเองได้เลย
- นาธานพูดไม่ตรงกัน ตอนแรกบอกว่ารู้จักแม่บ้าน 2 ปี ต่อมากลับคำพูดเป็น 6 ปี และบอกว่าถ้ามีหลักฐานยินดีคืนเงิน 3 แสนให้
- ลูกชายแม่บ้านยืนยันไม่เคยโกงเงินร้านโรตี และติดคุก 3 วันข้อหาเมาแล้วขับเพราะไม่มีเงินเสียค่าปรับ แต่แม่บุญธรรมนาธานพูดให้เรื่องใหญ่เกินจริง
26. คุณยาย น้องอ้อม ดักแด้ ออกมาเปิดเผย นาธาน ยืมเงินไป 1 แสน บาทยังไม่คืน
27.ปัจจุบัน นาธาน ไป นอเวย์
ที่มาข้อมูล : Gossip Star
Credit:
อ้างถึง
http://entertainment.th.msn.co…cle...mentid=3705594


Tags: Bruce Willis, Christina Ricci, Johnny Depp, THE PRINCE OF RED SHOE, Wolfgang, นาธาน โอมาน
นาธานจำนวนด้วยหลักฐาน คนไทยแท้ ๆ

November 16, 2009 by กล้วยไม้
Filed under ข่าว ดารา คนดัง

Leave a Comment
ในที่สุดก็จำนวนด้วยหลักฐาน นาธาน โอมาน ไหนหรือจะโกหกได้นาน แถไม่มีวันหยุด จนสีข้างถลอกปอกเปิก ก็ยังไม่หยุด ล่าสุด บอกแล้วไม่ใช่อะไร ก็พี่แท้แท้ ๆ นี่เอง….
*************
“นาธาน” โผล่รายการประเด็นเด็ด 7 สี งัดสัญญาโกอินเตอร์ให้ “ต๊ะ นรากร” พิธีกรดูแต่ไม่ให้เผยแพร่ ยันเล่นหนังฮอลลีวู้ด (The Price Of red shoe)รับแล้วเป็นคนไทยแต่ยังแถต่อบอกมีเชื้อสายเนปาล เคลียร์เรื่องโกงเงินแม่บ้านบอกกำลังประนีประนอม ทั้งที่ก่อนหน้านี้บอกไม่เคยยืมเงิน ปิดปากไม่ตอบหลอกเอาเงิน “น้าปุ๊กกี้” อ้างเป็นเรื่องในครอบครัวอดีตนักร้องสาว ยันพูดความจริงทั้งหมด ก่อนทำท่าจะร่ำไห้วอนขอให้ปล่อยไปใช้ชีวิตตามปกติ

หลังจากลั่นวาจาจะโผล่หน้ามาแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนวานนี้ (16 พ.ย.) เพื่อเป็นการคอนเฟิร์มว่า ยังอยู่ในประเทศไทย ไม่ได้หนีตาม “เอกชัย ศรีวิชัย” ไปนอร์เวย์ สุดท้าย “นาธาน โอร์มาน” ก็เบี้ยวนัด โดยผู้จัดการส่วนตัว “ชิ อนุชา ลังประเสริฐ” ให้เหตุผลว่าเจ้าตัวอ้างยังไม่พร้อมและยังไม่สบายใจที่จะออกมาพูดเรื่องใดๆ จึงจะขอเวลาและหนีไปทำใจอยู่บ้านญาติแถวชานเมืองสักระยะ แต่ล่าสุดอดีตนักร้องหนุ่มกลับไปโผล่อัดรายการ “ประเด็นเด็ด 7 สี” และได้มีการนำเทปมาออกอากาศเมื่อช่วงดึกคืนวานที่ผ่านมา โดยมี “ต๊ะ นารากร ติยายน” รับหน้าที่พิธีกรดำเนินรายการ
ซึ่งต๊ะ นรากรเผยว่า นาธานได้นำสัญญาเล่นหนังฮอลลีวู้ดมาโชว์ให้เธอดู โดยในสัญญาระบุเป็นชื่อ นาธาน โอร์มาน ทำสัญญากับโปรดักชั่นเฮ้าส์ในฮอลลีวู้ด เป็นการทำสัญญาเมื่อวันที่ 21 ตุลาคม 2008 โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 6 มกราคม 2009 ถึงวันที่ 12 มกราคม 2011 แต่น่าแปลกที่ในสัญญาไม่มีการระบุชื่อภาพยนตร์ หรือใครเป็นผู้กำกับและนักแสดงนำ เมื่อพิธีกรสอบถาม “นาธาน” ถึงเรื่องนี้ เจ้าตัวจึงกล่าวชี้แจงว่า
“ธานก็ยังยืนยันว่าเป็นเรื่องจริง ที่ธานไม่เอาสัญญาออกมาให้สื่อมวลชนดู เพราะในสัญญาระบุไว้ว่า ไม่สามารถที่จะเอาเรื่องราวของบริษัท หรือแม้กระทั่งกระดาษข้อความทั้งหมดออกมาเปิดเผยต่อที่สาธารณะ โดยที่ไม่ได้รับการยอมรับจากบริษัท ถ้าเอาออกไปเขาก็สามารถฟ้องเราได้ แล้วที่ในสัญญาไม่มีการระบุว่าเล่นหนังเรื่องอะไร ใครเป็นคนกำกับหรือแสดงนำ เพราะธานเซ็นสัญญากับโปรดักชั่นเฮ้าส์ต่างหาก”
“เรื่องกระบวนการในเรื่องของตัวแสดงทั้งหมดที่ระบุในสัญญา คือเขาไม่ได้เซ็นสัญญารวมทั้งหมด ต้องเซ็นสัญญากับเอเยนซี่แยกออกไปต่างหากอีกที ฉะนั้นทุกอย่างเลยเป็นลิขสิทธิ์ แล้วเมืองนอกให้ความสำคัญกับลิขสิทธิ์มาก ตอนนี้ธานกลายเป็นจำเลยของสังคมไปแล้ว ธานก็คิดว่าสิ่งที่ดีที่สุดในการที่จะเยียวยาเรื่องนี้ คือต้องรอเวลาและใช้เวลาในการพิสูจน์ ซึ่งธานก็ยังยืนยันว่าได้เซ็นสัญญาเล่นหนังฮอลลีวู้ดจริงๆ”
ส่วนเรื่องสัญชาติที่เจ้าตัวยืนกระต่ายขาเดียวยันมาตลอดว่า เป็นลูกครึ่งเนปาล โดยมีแม่เป็นคนไทย ส่วนพ่อเป็นคนเนปาล แต่พอมีหลักฐานทะเบียนบ้านที่แม่บ้าน “สมาน สุขเสริม” นำมาโชว์ให้สื่อดูนั้น ระบุว่า พ่อแม่ของ “นาธาน” มีสัญชาติไทยเชื้อสายไทยแท้ทั้งคู่ ประเด็นนี้เจ้าตัวพลิกลิ้นเล็กน้อย เผยที่ผ่านมาบอกว่าเป็นคนไทยมาตลอด
“ตั้งแต่ธานเข้าวงการมา ธานก็บอกมาตลอดว่าเป็นคนไทย เพียงแต่มีเชื้อเป็นเนปาล ฉะนั้นถ้าสังคมบอกว่าธานเป็นคนไทย ไม่ใช่คนเนปาล ซึ่งมันก็ไม่ผิดที่เขาจะคิด ธานก็ยังคงยืนยันว่าเป็นคนไทย ส่วนเรื่องเชื้อชาติธานก็มีเชื้อชาติเป็นเนปาลเหมือนกัน”
เคลียร์หลอกแม่บ้านให้เอาที่ดินไปจำนอง บอกเป็นความเข้าใจผิด อ้างเป็นการหยิบยืมเงินช่วยเหลือกันตามปกติ ส่วนกรณียืมเงินครอบครัวของ “น้องอ้อม เสาวนีย์ ฤทธิโชติ” หรือ “น้องอ้อม ดักแด้” ที่คุณยายฉลอง จันทร์นาค เป็นคนออกมาแฉเรื่องดังกล่าว “นาธาน” ยอมรับว่า ได้ยืมเงิน “น้องอ้อม” จริง แต่คืนเคลียร์กันไปเรียบร้อยแล้ว
“เรื่องพี่เต็มเป็นอีกเรื่องหนึ่งที่เกิดจากความเข้าใจผิด ความลำบากใจอยู่ที่นาธาน และทุกเรื่องก็เกิดจากนาธาน แต่ตอนนี้เราก็เคลียร์กันไปแล้ว คือธานยอมรับว่าได้นั่งรถไปเอาโฉนดที่บ้านพี่เต็มจริง แต่พี่เต็มอยู่กับนาธานมานาน มันจึงเป็นเรื่องปกติที่เราจะยืมเงินกัน ช่วยเหลือกัน พี่เต็มก็เคยช่วยเหลือนาธาน นาธานก็เคยช่วยเหลือพี่เต็ม ปลูกข้าวปลูกนาธานก็ช่วยเหลือเขาไป ธานไม่เคยใส่ร้ายและไม่เคยว่าพี่เต็มเลย แต่ที่พี่เต็มทำเพราะเกิดจากความเข้าใจผิดกัน ธานยังรักพี่เต็มเหมือนเดิม และรู้ว่ามันเกิดจากความน้อยอกน้อยใจ แต่ตอนนี้คุณแม่ (ครูแหม่ม พิศมัย-แม่บุญธรรม) ได้ไปเคลียร์กับพี่เต็มแล้ว ก็ไม่ได้มีเรื่องที่ต้องมาเอาความกัน ตอนนี้อยู่ในช่วงประนีประนอมพูดคุยกันมากกว่า”
“ส่วนเรื่องโกงเงินอ้อม คือนาธานสนิทกับอ้อมมาก อ้อมเป็นเพื่อนสนิทธาน ธานเคยเอาเงินอ้อมมา แต่อ้อมไม่เคยให้บัตรเอทีเอ็มธานไปกดเงินเอง แต่อ้อมให้น้องสาวคือน้องแอ้มเป็นคนดำเนินเรื่องให้ธาน แต่เราก็เคลียร์กันไปแล้ว เป็นเรื่องที่เกิดในระยะเวลาสั้นๆมาก เนื่องจากอ้อมป่วย แล้วปกติอ้อมก็จะบอกว่าเรามีเงินเก็บนะ มายืมได้นะ ธานก็เลยโอเค ซึ่งธานก็ยอมรับในสิ่งที่ทำไป แต่ธานไม่คิดว่ามันจะเป็นเรื่องแย่หรือเป็นเรื่องใหญ่สำหรับปัจจุบันนี้ ที่คุณยายออกมาพูด คุณยายไม่ได้รู้เรื่องรายละเอียดมาก และธานก็เคารพคุณตาคุณยาย สำหรับข่าวนี้แอ้มก็ออกมาเคลียร์ให้ธานเรียบร้อยแล้ว คือถ้าเกิดธานโกง อาจจะหนีไปที่อื่นแล้ว แต่นี่ธานยังอยู่ ยังเดินอยู่ถนนตามปกติเหมือนคนทั่วไป ส่วนที่บอกว่าธานไม่ไปเยี่ยมหรือไม่ไปงานศพอ้อมเลย อันนี้ธานขอยืนยันว่า ตอนนั้นอยู่ต่างประเทศ”
สำหรับประเด็นล่าสุดที่อดีตนักร้องสาว “ปุ๊กกี้ ปริศนา พรายแสง” ออกมาแฉว่า น้าสาวถูก “นาธาน” หลอกตุ๋นเช่นกัน เรื่องนี้ “นาธาน” บ่ายเบี่ยงที่จะตอบ อ้างเป็นเรื่องภายในครอบครัวของอดีตนักร้องสาว ก่อนทำท่าจะร่ำไห้วอนขอความเห็นใจ และให้เขียนข่าวดีๆถึงบ้าง ยันทั้งหมดที่พูดไปเป็นเรื่องจริง
“สำหรับเรื่องนี้เป็นเรื่องของครอบครัวของปุ๊กกี้เอง และเป็นเรื่องที่เข้าใจผิดเหมือนกัน มันเป็นเรื่องภายในของครอบครัวเขาเลย ฉะนั้นเรื่องนี้ธานขอไม่ตอบเลยดีกว่า เพราะพรุ่งนี้เดี๋ยวก็มีข่าวอีก หรืออีกสัก 15 วันก็มีอีก 15 คนออกมา ถามว่าวันนี้ธานพูดความจริงทั้งหมดมั้ย สำหรับศาสนาอิสลามคือเรื่องใหญ่ในการที่จะชดใช้ในชาติหน้าถ้าเราเสียชีวิตไป การพูดออกไปมันคือการสาบานต่อพระเจ้า ฉะนั้นทุกอย่างที่ธานพูดไป คือเรื่องจริงจากชีวิตธาน แต่ธานไม่ได้ขอให้ทุกคนเชื่อทั้งหมด ถึงแม้บางเรื่องธานอาจจะทำพลาดไป แต่ธานก็พยายามจะไม่ให้มันพลาด แต่ถ้าพลาดไปแล้วธานก็ขอยอมรับในเรื่องที่ทำไปละกัน”
“แล้วในบางเรื่องที่ธานไม่ได้ทำ อาจจะมีโอกาสบ้างไม่มีโอกาสบ้าง แต่ ณ วันนี้ธานก็พูดเรื่องทั้งหมดที่ได้พูดออกไปแล้ว (เสียงสั่นเครือร้องไห้) ใครเข้าใกล้ธานก็จะเดือดร้อนทุกคน ฉะนั้นธานไม่ต้องการให้ทุกคนมารับรองธานแล้ว ไม่ต้องการให้ทุกคนมาอยู่ข้างนาธาน ก็ขอให้ธานใช้ชีวิตตามปกติ ธานไม่ขออะไรมากมาย ขอให้ธานได้ใช้ชีวิตตามปกติทั่วไปละกัน ขอให้เขียนข่าวดีๆถึงธานบ้าง”
ซึ่งเป็นที่สังเกตว่ารายการดังกล่าวใช้เวลาในการสัมภาษณ์นาธานเพียงแค่สั้นๆ และไม่เจาะลึกถึงประเด็นขัดแย้งต่างๆ ส่งผลให้เรื่องราวของนาธานยังคงเป็นปริศนาต่อไป
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 17 พฤศจิกายน 2552 00:47 น.

Tags: THE PRINCE OF RED SHOE, ข่าวนาธานโกหก, คนไทยแท้, นาธานล่าสุด, นาธานโกหก
‘นาธาน’ โต้ ‘เอกชัย’ พาหนีไปนอกพึ่ง ‘ทักษิณ’

November 16, 2009 by กล้วยไม้
Filed under ข่าว ดารา คนดัง

Leave a Comment
เค้าว่ากันว่า นาธาน ให้อ่านออกเสียงว่า “เนเธิ่น” ส่วนคำว่า oman อย่าไปออกเสียงรวมกับคำว่า Omen นะเพราะว่ามันแปลว่า ลางไม่ดี อะไรที่แย่ ๆ น่ะ อิอิ (ฟังมาจากรายการคริสเดลิเวอร์รี่น่ะ…5 5 5 จำสับสนป่าวนิ?)
“นาธาน” โต้ “เอกชัย” พาหนีไปนอกพึ่ง “ทักษิณ” ปัดยืมเงินยาย “อ้อม” ด้าน “ชิ” เตรียมสืบโกฮอลลีวู้ดจริงหรือไม่ หวั่นคิดสั้นฆ่าตัวตาย
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 14 พฤศจิกายน 2552 23:46 น.
ผู้จัดการส่วนตัวออกโรงป้อง “เอกชัย” เปล่าหนีบ “นาธาน” หนีออกนอกประเทศไปพึ่ง “ทักษิณ” รับอดีตนักร้องหนุ่มยืมเงินแม่บ้านและครอบครัว “น้องอ้อม ดักแด้” จริง ส่วนเรื่องเล่นหนังฮอลลีวู้ด(The Prince Of red shoe)เป็นความเข้าใจผิดของตนที่ส่งรูปให้สื่อ โชว์สปิริตรับผิดชอบจะสืบถึงโปรดักชั่นเฮ้าส์ว่า “นาธาน” ได้เล่นหนังจริงหรือไม่ ส่วนเรื่องสัญชาติต้องยอมจำนนต่อหลักฐานว่าเป็นคนไทยแท้ ด้าน “นาธาน” ยันเปล่าไปนอร์เวย์ 16 พ.ย.นี้ยินดีโผล่แถลงต่อหน้าสื่อ
อุตส่าห์ซุ่มเก็บตัวเงียบจนเรื่องลวงโลก โกอินเตอร์เล่นหนังฮอลลีวู้ด และสัญชาติที่ไม่ใช่ลูกครึ่งเนปาล รวมทั้งคดีฉ้อโกงเงินต่างๆเริ่มจะซาลงไปไม่ค่อยมีคนพูดถึงกันแล้ว กระทั่งอดีตนักร้องหนุ่ม “นาธาน โอร์มาน” ถูกอดีตแม่บ้าน “เต็ม สมาน สุขเสริม” ออกมาแฉพร้อมแจ้งความอีกระลอกว่า ถูก “นาธาน” โกงเงินไป 3 แสนบาท ทั้งยังงัดหลักฐานเด็ดเป็นตรายางปลอม และสำเนาทะเบียนบ้านของอดีตนักร้องหนุ่ม ที่สามารถคอนเฟิร์มได้ว่า เขาไม่ได้มีเชื้อสายเนปาล แต่เป็นคนไทยแท้ร้อยเปอร์เซ็นต์
จากนั้น “นางฉลอง จันทร์นาค” ซึ่งเป็นยายของ “น้องอ้อม ดักแด้” ได้มาแฉซ้ำ “นาธาน” ยืมเงินจากครอบครัวตนไปกว่าแสนบาท จน “น้องอ้อม” เสียชีวิตลงไปเมื่อราวต้นปีที่ผ่านมา ก็ยังไม่ได้รับคืนเงินจำนวนดังกล่าวเลย ซึ่งจากกระแสข่าวต่างๆที่ถาโถมเข้าหาดั่งพายุ ทำให้มีข่าวลือว่า นักร้องแดนสะตอ “เอกชัย ศรีวิชัย” ซึ่งเป็นผู้มีบุญคุณกับ “นาธาน” เตรียมจะหอบหิ้วอดีตนักร้องหนุ่มหนีออกนอกประเทศ ไปประเทศนอร์เวย์ด้วยกันเมื่อคืนวานที่ผ่านมา (13 พ.ย.)
แต่ล่าสุดเมื่อช่วงเย็นวันนี้ (14 พ.ย.) “ชิ อนุชา ลังประเสริฐ” ซึ่งเป็นผู้จัดการส่วนตัวของ “นาธาน” และ “เอกชัย” ได้จัดแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนที่ร้าน “Am In” ย่านเลียบทางด่วนรามอินทรา เพื่อยืนยันว่า “เอกชัย” ไม่ได้หนีบ “นาธาน” ไปนอร์เวย์ด้วยกัน
“วันนี้จะขอมาพูดในฐานะที่เป็นผู้จัดการส่วนตัวของพี่เอกชัย ศรีวิชัย ดังที่เป็นข่าวเมื่อวานที่ผ่านมา จากทางหน้าหนังสือพิมพ์และรายการข่าวต่างๆ ที่บอกว่าพี่เอกชัยตอนนี้พานาธานเดินทางหนีออกนอกประเทศ เพื่อไปประเทศนอร์เวย์ อันนี้ผมขอยืนยันว่า พี่เอกชัยเดินทางไปจริง แต่ไม่ได้พานาธานไป นาธานยังคงอยู่เมืองไทย ตอนนี้ผมพยายามติดต่อนาธานอยู่ เพื่อให้เขาออกมาพูดในเร็วๆนี้ให้ได้”
“และก็ขอฝากถึงแฟนๆพี่เอกทางภาคใต้ ที่ตอนนี้มีกระแสข่าวออกมาค่อนข้างเยอะว่า พี่เอกพานาธานหนีไปที่ต่างประเทศ แล้วก็มีการปลอมแปลงเอกสารกันต่างๆนานา คือไม่เป็นความจริงเลย สามารถสอบเช็คทางสายการบินได้ว่า ธานเดินทางไปที่ไหนบ้าง อีกส่วนหนึ่งที่ตอนนี้มีกระแสข่าวค่อนข้างหนักออกมาว่า พี่เอกถึงขนาดขั้นพานาธานบินไปหาท่านอดีตนายกรัฐมนตรี ซึ่งผมเองก็ไม่ทราบว่าข่าวนี้ออกมาได้ยังไง ต้องขอปฏิเสธไว้ตรงนี้ด้วย และขอยืนยันว่านาธานยังอยู่เมืองไทย”
“ผมมีโอกาสได้พูดคุยอยู่กับธานตลอดเวลา และมีโอกาสได้ใกล้ชิดเขา แล้วระยะหลังเขาประสบปัญหาอย่างที่เป็นข่าวอยู่ สภาพจิตใจของเขาตอนนี้ผมเห็นแล้วว่า เขาค่อนข้างที่จะแย่ ได้มีโอกาสคุยกับเขาครั้งสุดท้ายเมื่อวานนี้ แล้ววันนี้ก็ไม่มีโอกาสได้ติดต่อนาธานเลย ผมติดต่อเขาไม่ได้เลย ก็กลัวว่าจากสภาวการณ์ที่รุมเร้าในชีวิตเขา ณ เวลานี้ เขาอาจคิดอะไรที่ไม่ดีได้ จากกระแสข่าวอาจทำให้คิดสั้น หรือคิดที่จะทำร้ายตัวเอง คือผมก็พยายามติดต่อและคุยกับเขา ให้เขาเข้าใจด้วยว่าสิ่งที่ทำมาทุกวันนี้ ต้องยอมรับความเป็นจริงว่าทำอะไรลงไปบ้าง และต้องยอมรับสภาพที่จะเกิดขึ้น กับผลการกระทำของเขา”
เผย “นาธาน” กำลังทยอยจ่ายเงินคืนเจ้าหนี้ รับอีกฝ่ายยืมเงินแม่บ้านจริง วอนอย่าซ้ำเติมโกหก ส่วนเรื่องคดีที่ตำรวจออกหมายจับที่อำนาจเจริญ เจ้าตัวกล่าวว่าได้เคลียร์และทยอยจ่ายเงินคืนแม่บ้านแล้ว แต่ไม่ถึง 3 แสนบาทตามที่มีข่าวออกมา
“ตัวผมเองดูแลเขาในเรื่องของการทำงาน คือก่อนหน้านั้นประมาณสัก 4-5 ปี หลังจากที่ผมออกจากอาร์เอสมา ก็ไม่ได้มีโอกาสติดต่อกับเขา เขาก็ดำเนินชีวิตของเขาเอง ไปพบปะผู้คนต่างๆนานาที่กำลังเป็นข่าวอยู่ ไม่ว่าจะเป็นคุณจูลี่ (เจเจ จามจุรี แคสเชอร์ ดีเจคลื่นเวอร์จิ้น) ความเป็นอยู่ของเขาตลอดเวลาประมาณ 5 ปี ผมไม่เจอเขาเลย จะมาเจอเขาเมื่อปลายปีที่ผ่านมา เพราะฉะนั้นช่วงที่เจอเขาเมื่อปลายปีเราก็ได้รู้ได้เห็นว่า สิ่งที่เขาไปเป็นหนี้สิน ไปทำธุรกรรมการเงินไว้ตรงไหนบ้าง เราก็พยายามบอกเขาว่า พยายามไปใช้จ่ายซะให้หมดปัญหาตรงนี้ไป ที่ผ่านมาก็เห็นเขาทยอยจ่ายกับหลายๆคน ที่เขาเป็นหนี้เป็นสินอยู่”
“ที่จ่ายไปแล้วก็น่าจะเป็นคดีของคุณจูลี่ด้วย ในส่วนของพี่เต็ม (แม่บ้าน) เอง ทางพี่เต็มกับนาธานอยู่ด้วยกันมานานพอสมควร แต่ไม่รู้ว่าระยะเวลาจะยาวนานขนาดไหน เขาก็มีการช่วยเหลือเอื้อเฟื้อซึ่งกันและกัน เพราะฉะนั้นคนบ้านเดียวกันผมก็อยากให้เขามาคุยกัน แล้วที่ผ่านมาธานเองได้มีการใช้จ่ายคืนพี่เต็มไปบ้าง แล้วพี่เต็มเองก็มีช่วยเหลือนาธานบ้าง ที่เขาให้สัมภาษณ์ว่าไม่ได้ยืมเงินแม่บ้านสักบาท อันนี้ผมก็ไม่แน่ใจ เพราะวันนั้นไม่ได้อยู่ด้วย แต่ว่า ณ วันนี้แล้วเท่าที่รู้ ธานทำอะไรไว้ต้องรับผิดชอบ ก็อาจจะมีการหยิบยืมพี่เต็มบ้าง เพราะเขามีการช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ก็มีการใช้เงินคืนกันบ้าง โดยที่ไม่มีหลักฐาน หรือมีหลักฐาน คือต้องออกมาคุยกัน”
“(ถอนหายใจ) เอาเป็นว่าอย่าไปว่าเขาถึงเป็นคนโกหกเลย ขอความเห็นใจเขานิดหนึ่งละกัน สิ่งไหนที่ผิดพลาดไปแล้วก็ต้องขอโทษ ส่วนคนไหนที่มีอะไรที่ติดพันติดค้างอยู่กับเขา เชิญออกมา เพราะทางคุณแม่พิศมัย (แม่บุญธรรมของนาธาน) จะเป็นคนรับผิดชอบทั้งหมด จริงๆในกรณีของพี่เต็มไม่น่าเรียกว่าเป็นการยืม เพราะเขาอยู่ด้วยกัน เขาช่วยเหลือซึ่งกันและกันมากกว่า ผมก็ไม่ทราบถึงขนาดว่าพี่เต็มช่วยถึงขั้นเอาที่ดินไปจำนอง หรือธานต้องคืนเงินพี่เต็มเท่าไหร่ รู้แต่ว่าตอนนี้กำลังมีการใช้คืนกันอยู่”
“คือก่อนหน้านั้นมีความรู้สึกว่า เขาก็ได้มีการใช้บ้าง ผมไม่รู้ เขามีมาเล่าให้ฟังบ้างว่าใช้หนี้พี่เต็ม ผมก็โอเค มีหนี้ตรงไหนก็ไปใช้คืนเขาซะ ซึ่งตรงนี้ผมถามเขาก่อนที่จะแถลงข่าว ก่อนที่จะมีปัญหา ก่อนที่จะมีข่าวคราวออกมาด้วยซ้ำ ส่วนเรื่องที่พี่เต็มไปแจ้งความที่อำนาจเจริญ แล้วตำรวจออกหมายจับธานแล้ว อันนี้ก็ได้มีการพูดคุยกับทางพี่เต็มไปแล้ว และได้มีการชดใช้ในส่วนที่เขาเอาไป แต่เขาไม่ได้ชดใช้เงิน 3 แสนบาททั้งหมด บอกตรงๆว่าตอนนี้เขาไม่ได้มีเงินเยอะขนาดนั้น ก็มีการอะลุ่มอล่วยกันระหว่างตัวพี่เต็มกับคนที่ติดต่อประสานงาน”
“ส่วนเจ้าหนี้รายอื่นๆก่อนหน้านี้ธานก็ทยอยจ่ายคืนอยู่แล้ว หลังมีเรื่องก็ยังทยอยจ่ายอยู่ ก็มีการช่วยเหลือกันให้เขาจ่าย คือในระยะเวลาหนึ่งที่เขาไปดำเนินชีวิตอยู่ ผมก็สอนเขานะ คือเราเหมือนเป็นพี่เขา เวลาที่เขาไม่มีใคร เราเป็นพี่เขาก็พยายามจะสอนเขาว่า สิ่งอะไรที่ทำเอาไว้ ก็พยายามแก้ไขปัญหาของตัวเองให้ได้ และก็ยอมรับความจริง”
ส่วนกรณียืมเงินจากครอบครัวของ “น้องอ้อม ดักแด้” ไปกว่าแสนบาท “ชิ” โบ้ยให้ไปถามน้องสาวของ “อ้อม” แทน แต่เท่าที่ทราบ “นาธาน” ได้คืนเงินจำนวนดังกล่าวไปเรียบร้อยแล้ว
“สำหรับเรื่องน้องอ้อม คงต้องถามทางน้องแอ้ม ซึ่งเป็นน้องสาวของอ้อม เพราะในระยะเวลาที่ธานอยู่กับอ้อม ผมไม่ได้อยู่ด้วย แต่เท่าที่ทราบคิดว่าได้มีการคืนเงินไปแล้ว แต่ไม่แน่ใจว่าเขายืมไปกันเท่าไหร่ ต้องไปถามแอ้มว่าเขาไปยืมด้วยเหตุผลอะไร หรือเป็นแบบไหน ผมไม่ทราบ”
“หลังจากเกิดเรื่องตรงนี้ก็ยังไม่มีโอกาสได้คุยกับเขา แต่ก็พยายามบอกให้เขาพูดความจริงกับเราทุกอย่าง ก็ถ้าเขามีการใช้ ก็แสดงว่ามีการยืมครับ ส่วนที่เขาจะไปยืมด้วยเหตุผลอะไร แล้วจะใช้คืนไปแล้วหรือเปล่า ตรงนี้ต้องไปถามกับตัวน้องแอ้ม น้องแอ้มน่าจะเป็นคนที่รู้ดีที่สุด เพราะช่วงเวลานั้นผมไม่ได้อยู่กับเขา เดี๋ยวเผื่อพูดผิดพูดถูกไปเดี๋ยวจะมีผลอีก”
ยันไม่รู้เรื่องอดีตนักร้องหนุ่มทำตรายางปลอมไว้หลอกคนอื่น ส่วนการโกอินเตอร์เล่นหนังฮอลลีวู้ด โดยมีภาพถ่ายออกมายืนยันนั้น “ชิ” ได้กล่าวขอโทษผ่านสื่อ บอกเป็นความผิดของตนที่เข้าใจผิดไปเอง
“ส่วนเรื่องตรายางผมไม่ทราบ ตรงนี้ก็ไม่แน่ใจเหมือนกันว่า เขาไปทำอะไรตรงไหนไว้ เราก็ต้องพิสูจน์กันต่อไป ส่วนเรื่องเล่นหนังฮอลลีวู้ด (เสียงอึกอัก) อันนี้ต้องขอโทษ อันแรกเลยคือภาพถ่ายที่เป็นจากงาน ที่เอาไปโพสในอินเตอร์เน็ต อันนั้นเป็นภาพที่ธานส่งมาให้ผม ตอนเมื่อสักประมาณกลางปีที่ผ่านมา เขาบอกว่าเขาอยู่ต่างประเทศ ส่วนผมอยู่ประเทศไทย เราก็อาจจะมีการสื่อสารกันขาดตกบกพร่องคือ เขาส่งเมล์มาให้ผม ผมก็คิดว่ารูปนี้เป็นรูปจากหนัง ก็เลยส่งเมล์นี้ไปให้นักข่าว ผมคิดว่าน่าจะเป็นการอัพเดทข่าวคราวว่า ธานไปทำอะไรไว้ที่ไหนยังไง”
“แต่สุดท้ายแล้วผมก็ยอมรับผิดว่า ตรงนี้เราเข้าใจผิด รูปที่ออกมาที่เป็นภาพกองถ่ายที่ขี่อูฐไม่ใช่ภาพจากหนังฮอลลีวู้ด ส่วนภาพอีกเซ็ทหนึ่งก็มาจากงานเทศกาลศิลปะ ซึ่งตอนที่เขาส่งภาพมาให้ผม เขาก็ไม่ได้บอกอะไรมาก อันนั้นเป็นสิ่งที่ผมเข้าใจผิดไปเอง เลยส่งไปทางนักข่าว ในภาพตอนนั้นไม่มีนาธาน เป็นแค่ภาพในงานศิลปะ”
ให้คำมั่นจะตรวจสอบเรื่องเล่นหนังฮอลลีวู้ดของ “นาธาน” ด้วยการเดินทางไปหาโปรดักชั่นเฮ้าส์ในต่างประเทศเอง เพื่อสอบถามว่าได้เล่นจริงหรือไม่
“สำหรับเรื่องหนังคือผมไม่ได้อยู่ด้วยตอนธานเซ็นสัญญา ผมไม่ได้ไป แต่เขาเอาสัญญามาให้ ซึ่งตอนนี้ผมก็ถือสัญญาอยู่ ผมจะขอรับผิดชอบเรื่องนี้ จะขอติดตามเรื่องนี้ ด้วยการเดินทางติดตามไปยังต่างประเทศ เพื่อที่จะติดต่อกับทางโปรดักชั่นเฮ้าส์ของเขา เพื่อที่จะรับทราบข้อเท็จจริงว่า มันเป็นความจริงหรือไม่ใช่ ถ้าเกิดได้ข่าวคราวแล้วจะแจ้งให้พวกเราทุกคนทราบอีกครั้ง ผมขอยืนยัน”
“ถามว่าธานทำงานกับโปรดักชั่นเฮ้าส์ที่ไหน ตรงนี้ขอไม่ตอบ แต่ขอสัญญาว่าจะติดตามข่าวเรื่องนี้ เพราะเรื่องนี้มันทำให้ตัวผมเองที่ออกมาการันตีว่า เขาได้ไปทำงานจริง เราก็รู้สึกว่าหน้าที่การงานของเราอาจจะเสียหายไปด้วย ในการที่ทุกคนอาจจะรู้ว่าใช่หรือไม่ใช่ ผมขอเวลาตรงนี้นิดหนึ่ง ในการที่จะเดินทางไปเจอจริงๆ ถ้าจริงหรือไม่จริงเดี๋ยวจะบอก ณ วันนี้ผมขอให้ไปเห็นด้วยตาตัวเองดีกว่า”
“ตอนนี้ยังไม่เห็นกับตาเลยยังไม่กล้าฟันธงว่า เขาได้เล่นหนังฮอลลีวู้ดจริงหรือไม่จริง ตัวเราเองก็ยังไม่เคยติดตามเขาไปกองถ่าย แต่เห็นสัญญาของเขาจริงๆ สัญญาอยู่ที่ตัวผม แต่ขออนุญาตพิสูจน์ คือผมจะขอพิสูจน์ให้เห็นเองว่าจริงหรือไม่จริง คิดว่าน่าจะสักประมาณเดือนธันวาคม หรือมกราคมนี้แหละน่าจะได้คำตอบแล้ว ตอนนี้ผมก็ยังไม่ทราบเหมือนกันว่าต้องไปที่ไหน แต่คิดว่าน่าจะเป็นประเทศที่ตะวันออกกลาง คือผมเองก็รับรู้เท่าๆเขา แต่ผมก็จะพยายามทำตรงนี้ให้เปิดเผยออกมาให้ได้ จะพยายามทำทุกอย่างเท่าที่ทำได้ ส่วนตัวธานเองเขาก็ยังคงยืนยันคำเดิมว่า ได้เล่นหนังอยู่”
เผยสภาพจิตใจของอดีตนักร้องหนุ่มแย่มาก หวั่นอีกฝ่ายจะทำร้ายตัวเอง ให้สัญญาจะพา “นาธาน” ออกสื่อเพื่อชี้แจงเรื่องจริงทั้งหมด
“เรื่องความเชื่อมั่นในตัวธานตอนนี้ คือเขาก็ยังเป็นน้องเหมือนเดิม ผมพยายามให้เขาออกมาพูด อยากให้ออกมายอมรับสภาพความจริง วันนี้เขาอยู่ในสภาพที่แย่ แย่ในเรื่องของสภาพจิตใจ เขาไม่มีใครเลย คือเราก็กลัวเขาจะทำร้ายตัวเอง ก็พยายามที่จะพูดให้กำลังใจเขา ผมก็เลยบอกว่าในเรื่องของหนังในวันข้างหน้า ธานต้องผ่านจุดนี้ไปให้ได้ ถึงแม้ว่าจะต้องผ่านไปในสภาพที่สะบักสะบอม ก็ต้องผ่านไปให้ได้ ดังนั้นห้ามฆ่าตัวตาย”
“พี่เอกเองพูดอยู่เสมอว่า เขาปกป้องธานในฐานะน้องชาย แต่ในฐานะความถูกต้องความเป็นจริง อะไรต่างๆนานาก็ว่ากันไปตามผิดตามถูก สิ่งไหนที่เป็นสิ่งที่ถูกหรือผิด มันก็ต้องยืนอยู่บนความถูกต้องของทุกอย่าง ผมก็ไม่ได้ออกมาปกป้องหรืออยากจะออกมาแก้ตัวให้เขา แต่อยากจะบอกว่า ให้เขาออกมาต่อสู้กับความเป็นจริง แล้วก็พยายามให้เขาผ่านจุดนี้ไปให้ได้ ส่วนเรื่องความไว้ใจเชื่อใจผมก็ยังเหมือนเดิม แต่เรื่องไหนที่เขาพูดจะเป็นจริงหรือไม่จริง ผมอยากให้ธานออกมาพูดเองดีกว่า คิดว่าไม่น่าจะเกินวันสองวันนี้ ผมจะเอาเขาออกมาพูดความจริงให้ได้”
“ตอนนี้ธานเองยังอยู่ในกรุงเทพฯ ตัวผมเองก็ไม่แน่ใจในพิกัดที่เขาอยู่ เพราะขาดการติดต่อกันบ้าง ติดต่อได้บ้างไม่ได้บ้างไม่แน่ใจ แต่ตอนนี้ไม่ได้อยู่ด้วยกัน เขาก็ใช้ชีวิตส่วนตัวของเขาแล้ว ส่วนกับแม่บุญธรรมเขาก็เจอกันบ้างตามปกติ”
อย่างไรก็ตามขณะที่การแถลงข่าวกำลังดำเนินไป “นาธาน โอร์มาน” ได้ต่อสายตรงมาหา “ชิ” เพื่อพูดคุยกับสื่อมวลชนผ่านโทรศัพท์ โดยผู้จัดการส่วนตัวของอดีตนักร้องหนุ่มได้ขอคำยืนยันจากอีกฝ่ายว่า ยังคงอยู่ในกรุงเทพฯ ไม่ได้เดินทางไปนอร์เวย์ตามที่มีข่าวออกมา
ชิ : “ตอนนี้ธานอยู่แถวไหน”
นาธาน : “ตอนนี้อยู่ปริมณฑลในกรุงเทพฯ แถวๆชานเมืองเลยบางขุนเทียน ธานยืนยันแน่นอนว่า ไม่ได้ไปต่างประเทศกับพี่เอกชัย และจริงๆแล้วพี่เอกก็ไม่ได้สมคบอะไรกับเรื่องของธาน ที่สนามบินก็สามารถเช็คได้เลยว่า ไม่มีชื่อธานในไฟลท์บินนั้น แล้วธานจะหลบไปได้ยังไง พี่เอกก็ไปทำงาน ธานเองไม่รู้ด้วยซ้ำไปว่าพี่เอกจะบิน พี่เอกจะไปนอร์เวย์ แล้วตอนนี้ธานเองก็อยู่เมืองไทย”
“จริงๆวันนี้ที่ธานโฟนอินเข้ามา เพื่อยืนยันว่าพี่เอกไม่ได้ไปกับนาธาน โอร์มานเลยนะครับ ตอนนี้พี่เอกก็อยู่ที่นอร์เวย์ ส่วนนาธานก็ยังอยู่ที่กรุงเทพฯ ไม่ได้หนีไปไหน คือธานไม่ได้คิดจะหลบหนี หรือบินออกจากประเทศไปไหนเลย ต้องทำความเข้าใจกันใหม่ด้วย เรื่องต่างๆที่พี่เอกต้องออกมาพัวพัน จริงๆแล้วพี่เอกไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับเรื่องทั้งหมดเลย ธานต้องขอโทษแฟนเพลงของพี่เอกด้วย ขอโทษทุกคนที่เกี่ยวข้องกับพี่เอกด้วย ที่ธานไปทำให้พี่เอกต้องเดือดร้อนหรืออะไรก็แล้วแต่ โทษธานเองดีกว่า พี่เอกไม่เกี่ยวเลย”
“วันนี้ธานเองก็เสียใจมากกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับพี่เอก จนมันกลายเป็นเรื่องใหญ่โตขนาดนี้ ถึงมันจะใหญ่มากยังไงก็แล้วแต่ หรือว่าเรื่องอะไรก็แล้วแต่ ที่เกิดจากการกระทำของธานเอง พี่เอกชัยไม่ได้เกี่ยวอะไรเลย พี่เอกเป็นแค่พี่คนหนึ่งที่ธานเคารพ ยังไงสามารถไปเช็คที่ตม. (ด่านตรวจคนเข้าเมือง)ได้ หรือที่สายการบินก็ได้ว่า มีชื่อธานอยู่หรือเปล่า จริงๆแล้วมันค้นหาดูได้ง่ายๆเลย ตอนนี้ธานกำลังอยู่กับตัวเอง ธานกำลังนั่งทำใจกับตัวเองอยู่ มานั่งทบทวนทุกอย่าง”
ชิ : “พี่ชิอยากให้ธานออกมาพูดทุกๆอย่าง ก่อนที่พี่เอกจะเดินทางกลับ เพื่อเป็นการยืนยันว่าธานยังอยู่กรุงเทพฯ”
นาธาน : “แน่นอนถ้าเกิดพรุ่งนี้มาได้ ธานจะมาปรากฏตัวให้เห็นว่ายังอยู่เมืองไทย เพราะมันไม่มีเรื่องอะไรถึงขนาดต้องบินออกนอกประเทศเลย ธานเป็นคนไทยก็ต้องอยู่เมืองไทยเป็นปกติ ธานจะไปไหนได้ แต่มันประจวบเหมาะกับที่ทุกคนคิดว่า ธานแถลงข่าววันนั้นเสร็จ อีกวันก็บินไปเลย บางคนอาจจะเห็นธานที่สถานทูตของนอร์เวย์ คือวันนั้นธานไปมาจริงๆ เพราะไปเป็นเพื่อนพวกพี่ชิ ส่วนใหญ่คนเลยคิดว่าธานไปเอาตั๋วตัวเองมา จริงๆโทรศัพท์มาถามธานก็ได้ โทรเข้ามาเถอะ ถ้ามันเป็นสัญญาณเมืองนอก มันก็ต้องมีการดีเลย์กันนิดหนึ่ง นี่ก็สัญญาณปกติ ที่ดูแล้วไม่ใช่ระบบเมืองนอกเลย”
“วันจันทร์นี้ (16 พ.ย.) เดี๋ยวธานไปแถลงข่าวกับสื่อมวลชน ถ้าธานออกไปอีกครั้งหนึ่ง ก็ต้องเจอแต่คำถามเดิมๆ แต่ที่ธานออกไปครั้งนี้ไม่ใช่เพื่อตัวธานเอง แต่ธานออกไปเพื่อพี่เอกชัย แล้วเพื่อยืนยันว่าธานยังอยู่กรุงเทพฯ ยังอยู่เมืองไทย ไม่ได้ไปไหนเลย ยังไงก็แล้วแต่อยากให้แฟนเพลงของพี่เอกชัยทุกคน สบายใจได้เลยว่า พี่เอกไม่ได้มากับนาธาน โอร์มาน แล้วก็อย่าเอาพี่เอกมาเกี่ยวข้องกับเรื่องของธานเลย ธานขอร้องแล้วกันนะครับ จะให้ธานตายไปต่อหน้าต่อตาก็ได้”
“ส่วนตอนนี้ใครก็ตามที่เดือดร้อนมากกับเรื่องนี้ ธานต้องขอโทษจริงๆเลย ธานไม่ได้ตั้งใจทำให้ทุกคนเดือดร้อนเลย แต่ตอนนี้ธานแคร์พี่เอกชัยมาก ยังไงก็แล้วแต่อยากให้ทุกคนหยุดว่าพี่เอกชัยกันสักที แล้วก็เห็นใจเขา ซึ่งเขาก็โดนอะไรหลายๆอย่าง คือจะว่าธานคนเดียวก็พอแล้ว (เสียงสั่นเครือ) ตอนนี้ธานมีความรู้สึกกับพี่ธานมาก ยังไงก็แล้วแต่ธานอยากให้พี่เขาไปทำงานอย่างสบายใจ ไม่อยากให้เขามาทุกข์ร้อนเดือดร้อน เพราะพี่เอกเป็นคนที่มีบุญคุณกับธานมาก พี่เอกเป็นคนดีเป็นคนตรง ยังไงธานก็ขอโทษทุกคนแทนพี่เอกด้วย”
ยันไม่ได้ยืมเงินจากครอบครัว “น้องอ้อม ดักแด้” แต่อึกอักตอบเรื่องจริงเป็นอย่างไร โบ้ยให้ถามน้องสาวของอ้อมแทน เพราะเป็นคนรู้เรื่องดีที่สุด
นาธาน : “ส่วนเรื่องน้องอ้อม ธานต้องขอบคุณพี่อ้น (สราวุฒิ มาตรทอง) ที่เขาออกมาแถลงข่าว จริงๆแล้วมันไม่ได้เกี่ยวกับมอร์แกนอะไรเลย ไม่ได้มีส่วนอะไรทั้งสิ้น คำตอบอยู่ที่น้องแอ้ม ซึ่งเป็นน้องสาวของอ้อม เขาจะรู้คำตอบจริงๆว่าคืออะไร แล้วแม่อ้อมก็รู้ว่า จริงๆแล้วสิ่งที่คุณยายพูด อาจไม่ใช่เรื่องจริงเหมือนกัน คือคำตอบมันมีอยู่แล้ว ยังไงก็ขอยืนยันว่าไปถามน้องแอ้มดีกว่า จะให้เอาคนตายขึ้นมาพูดเพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ใจของธาน เพื่อให้ทุกอย่างเคลียร์มันก็ไม่ใช่ คือจริงๆแล้วมันมีบทสัมภาษณ์ของแอ้ม แต่ธานว่าพี่ๆไปรอฟังเอาเองกันดีกว่า”
ชิ : “สรุปธานได้เอาเงินตากับยายของอ้อมไปจริงหรือเปล่า”
นาธาน : “ไม่ได้เอาเงินมาเลย ธานไม่ได้เอาเงินตายายมาเลย จริงๆแล้วมันคือการ (อึกอัก) มันไม่รู้จะพูดยังไง ธานขอไม่ตอบดีกว่า ต้องขอโทษจริงๆ คือธานอยากให้ไปถามกับแอ้มเอง แอ้มพยายามที่จะเข้าไปโพสช่วยธานในอินเตอร์เน็ต จริงๆเขาบอกว่าไม่มีที่ไหนมาสัมภาษณ์เขาเลย”
นักข่าว : “แต่ยายยืนยันมาว่าธานเอาเงินเขาไป แล้วเอาคนในวงการไปค้ำประกันด้วย”
นาธาน : “(เงียบ) ตรงนี้ธานว่าพี่ไปเคลียร์กับแอ้มดีกว่า นะพี่นะขอร้องเลย ยังไงพี่ได้ฟังธานแถลงข่าวแน่นอน ที่ธานออกมาวันนี้เพื่อปกป้องพี่เอกชัย ศรีวิชัย ว่าธานยังอยู่เมืองไทยไม่ได้ไปไหน ถามว่าวันจันทร์ที่ธานจะแถลงข่าว จะสามารถเอาแอ้มมาด้วยได้มั้ย พี่ติดต่อไปที่เบอร์แอ้มดีกว่า รอสัมภาษณ์เองดีกว่า”
ชิ : “เดี๋ยววันจันทร์ธานจะออกมา แล้วทางพี่ชิเองจะช่วยพยายามติดต่อแอ้มให้ได้ จะได้จบซะทีเพราะเหนื่อยเหมือนกัน อยากให้ทุกคนรับทราบ ก็ขอเวลาให้เป็นวันจันทร์ ในส่วนเรื่องของน้องแอ้มกับน้องอ้อม”
เมื่อผู้สื่อข่าวพยายามถามต่อว่า ผู้จัดการส่วนตัวบอกอยากให้ “นาธาน” ออกมาเผชิญหน้ากับความเป็นจริง เจ้าตัวมีความคิดเห็นอย่างไร อดีตนักร้องหนุ่มเอาแต่นิ่งเงียบไม่ตอบคำถาม พร้อมกับตัดสายวางโทรศัพท์ไปทันที
นาธาน : “(เงียบ ไม่ตอบ)”
ชิ : “ตอนนี้ธานแย่แล้วใช่มั้ย งั้นธานช่วยทิ้งท้ายไว้นิดหนึ่ง”
นาธาน : “(เงียบแล้วก็ตัดสายไป)”
ชิ : “คือผมก็พยายามทำหน้าที่ของตัวเองเต็มที่ ผมพยายามจะให้เขาออกมาพูดในสิ่งที่เขาได้ทำไป ก็คิดว่าวันจันทร์น่าจะได้คุยได้เคลียร์กันอีกครั้ง”
“ถามว่าวันจันทร์เขาจะออกมายอมรับความจริงมั้ย อันนั้นเป็นเรื่องของใจเขา ผมไม่ทราบได้ และอยู่ที่ทางพี่ๆน้องๆทุกคนถามเขาด้วย ส่วนตัวเราก็บอกเขาแล้วว่า เขาต้องยอมรับสภาพกับสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นให้ได้ ในใจผมอยากให้เขาออกมาพูดความจริง แล้วยอมรับสิ่งที่เกิดขึ้นทั้งหมด อันไหนจริงหรือเท็จ ถ้าวันข้างหน้าสิ่งที่ธานทำเป็นจริง ก็ต้องผ่านไปให้ได้แล้วห้ามตาย เพื่อพิสูจน์สิ่งที่เกิดขึ้นข้างหน้า”
ไม่คอนเฟิร์ม “นาธาน” จะเอาหลักฐานต่างๆมาเคลียร์ตัวเองด้วยหรือไม่ เผยอีกฝ่ายโดนกรอกหูให้เชื่อมีพ่อเป็นคนเนปาล แต่ต้องยอมจำนนด้วยหลักฐานว่าที่แท้เป็นคนไทย
“เรื่องหลักฐานที่เขาบอกจะเอามา แล้วไม่เอามายันความบริสุทธิ์ของตัวเอง วันจันทร์นี้ผมก็ตอบไม่ถูกเหมือนกันว่าเขาจะเอามาหรือเปล่า คือผมจะพยายามทุกอย่าง อย่างเช่นหลักฐานที่เขาอยู่เนปาลหรืออะไรต่างๆนานา เท่าที่เรารู้ว่าชีวิตเขาพอเกิดมาแล้ว เขาก็โดนกรอกใส่หูตลอดเวลาว่า พ่อเขาเป็นคนเนปาลๆ แม่เป็นคนไทย แต่วิธีการที่เขาจะมาอยู่เมืองไทยในรูปแบบไหน แล้วมีการแจ้งเกิดอยู่ตรงไหน มันคือวิธีการหลังจากนั้น ซึ่งผมก็ไม่แน่ใจ แต่มันคงต้องยอมจำนนด้วยหลักฐานที่ว่าเขาเป็นคนไทย ตัวเขาเองก็เล่าให้ผมฟังว่า ตั้งแต่เกิดมาเขาก็รู้ว่า เขามีชีวิตเป็นคนเนปาล”
“ระหว่างเกิดเรื่องเราก็เคยถามถึงสัญชาติของเขา คือเขาก็ไม่สามารถหาต้นตอในชีวิตของเขาได้ เพราะพ่อแม่เขาแยกย้ายกันอยู่มาตั้งแต่เด็กๆแล้ว และเขาก็ใช้ชีวิตเดินทางไปมาตามที่เรารับทราบกันอยู่ด้วยตัวของเขาเอง แต่ระหว่างนั้นเขาจะใช้ชีวิตแบบไหน มันเป็นเรื่องของเขา ตัวผมเองก็ไม่เคยได้ดูเอกสารเลยว่า เขาเป็นคนไทยหรือลูกครึ่งเนปาล เราไม่เคยตรวจสอบศิลปินคนไหนเลย แต่รู้ว่าคนนี้คือลูกครึ่งไทย ลูกครึ่งเยอรมัน ไต้หวัน ผมก็ทำตามหน้าที่ บอกก่อนว่าผมไม่ได้คิดหลอกลวงหรือว่ามาปั้นแต่งประวัติของศิลปินคนไหน เพื่อที่จะให้เข้าอาร์เอสเลย”
ยันไม่ทราบปัญหาเรื่องการเงิน ถึงขนาดไปหยิบยืมคนโน้นคนนี้จนเป็นหนี้ไปทั่ว
“คือในช่วงที่ผ่านมาผมไม่รู้ วิธีการใช้เงินและการดำเนินชีวิตของเขาเป็นยังไง ช่วงที่เขาไม่มีงานผมไม่ได้อยู่กับเขา เลยไม่รู้ว่าเขาเอารายได้มาจากไหน แต่ถ้าถึง ณ วันนี้ผมก็สามารถสรุปและประเมินได้ว่า เขาดำเนินชีวิตอย่างผิดพลาดในเรื่องการบริหาร การจัดการทางด้านการเงินอย่างล้มเหลวที่สุด เพราะฉะนั้นวันนี้คือบทเรียน เป็นคอร์สที่สำคัญที่สุดของเขา ถ้าเขาผ่านตรงนี้ไปได้ เขาก็ต้องปฏิบัติตัวใหม่ แล้วต้องดำเนินชีวิตใหม่”
“แต่ที่ผ่านมาผมเห็นเขามีเงินใช้ตลอดเวลา มีบ้างไม่มีบ้างก็แล้วแต่ เราก็ช่วยเหลือกันไปตามที่จะมีหรือไม่มี แต่ธานไม่เคยมายืมเงินผม ถ้าผมจะให้ก็คือให้เลย ให้ไปไม่เยอะหรอก รวมๆแล้วไม่ทราบว่าเท่าไหร่ แต่น่าจะไม่ถึงแสน ซึ่งปัญหาเรื่องเงินของเขา ที่ผ่านมาเขายังบอกผมไม่หมด ผมเองก็เพิ่งทราบ ก็พยายามบอกให้เขาเคลียร์ คือเรื่องมันจะไม่บานปลายถ้าเกิดว่าเขายอมรับ แล้วใช้หนี้ใช้สินให้หมด หลังจากเรื่องน้องอ้อมแล้ว ผมก็ไม่แน่ใจว่าจะมีเหยื่อรายอื่นออกมาอีกหรือเปล่า (หัวเราะ) คิดว่าคงไม่มีแล้วมั้ง ยังไงพี่ผมก็ต้องบอกเขาให้ออกมาพูดความจริงทั้งหมด”
เมื่อถูกถามถึงการตั้งข้อสังเกตว่า “นาธาน” อาจมีปัญหาทางจิต เลยกุเรื่องต่างๆขึ้นมา “ชิ” หัวเราะก่อนตอบว่า
“ผมไม่เคยพาเขาไปหมอ ถ้าเขาเป็นจริงๆผมก็คงพาเขาไป (หัวเราะ) ผมเองก็ไม่รู้ว่าเรื่องไหนเขาพูดจริงหรือโกหก แต่ผมก็พยายามบอกเขาว่าสิ่งที่เขาพูดอะไรที่ผิดก็ต้องยอมรับผิด แล้วก็แก้ไขเพื่อที่จะดำเนินชีวิตต่อไปให้ได้ ถามว่าที่ผ่านมาเท่าที่รู้จักกัน ธานมีพฤติกรรมอย่างเช่นทุกวันนี้หรือเปล่า ตัวธานจะเป็นคนสดใสร่าเริง เขาเป็นคนคุยเก่ง มองโลกในแง่ดี แต่มันอาจจะเป็นการดำเนินชีวิตที่ผิดพลาดของเขาเอง”
เปรย “นาธาน” กดดันมากถึงขนาดเคยคิดฆ่าตัวตาย บอกถ้าวันข้างหน้าถูกเฉลยว่า อดีตนักร้องหนุ่มโกหกเรื่องทั้งหมด จะแนะนำให้ทิ้งเมืองไทย แล้วไปสร้างชีวิตใหม่ที่เมืองนอก
“ธานรู้สึกกดดันมาก มีอยู่วูบหนึ่งเขาเคยคิดสั้น คือในสภาวการณ์แบบนี้ เป็นใครก็ต้องมีโอกาสตายได้ แต่เราก็บอกกับเขาเสมอว่า การฆ่าตัวตายเป็นบาปมหันต์สำหรับศาสนาอิสลาม เพราะฉะนั้นยูอย่าทำ ยูต้องพิสูจน์ความจริงให้ได้ ต้องแข็งแกร่ง ต้องต่อสู้กับความจริง ถึงแม้ว่าวันนี้ที่ผ่านไป ความจริงที่จะออกมา ยูจะต้องประสบกับปัญหา ประสบกับความสะบักสะบอมกับสิ่งที่เกิดขึ้น ยูก็ต้องรับมันให้ได้ ผมจะพยายามบอกให้เขาเคลียร์ตัวเองอยู่ตลอดเวลา”
“ถามว่าหลังจากนี้ผมจะออกมาปกป้องเขาอีกมั้ย ต้องบอกก่อนว่าไม่ได้ออกมาปกป้องเขา แต่ผมพยายามกำลังสอนเขาว่า ให้เขาดำเนินชีวิตอย่างถูกต้อง ส่วนอะไรที่พลาดไปแล้ว ก็คือต้องยอมรับความผิดพลาดที่ตัวเองกระทำขึ้น หรือเกิดขึ้นมาในอดีต แล้วก้าวเดินต่อไปข้างหน้า เพื่อให้ชีวิตของเขาเปลี่ยนแปลงไป ณ เวลานี้เขาไม่มีใครเลย มีผมคนเดียวที่สามารถจะบอกเขาได้ว่า ให้เขาปรับปรุงเปลี่ยนแปลง แล้วก็ใช้ชีวิตใหม่ดีกว่า ถ้าสุดท้ายเรื่องที่เขาพูดทั้งหมดไม่เป็นความจริง ผมก็ยังคงให้กำลังใจเขา แล้วบอกให้เขาไปอยู่ที่อื่นซะ เขาคงอยู่เมืองไทยไม่ได้แล้วในสภาพนี้ เขาเองก็แย่เหมือนกัน คงต้องให้ไปรักษาเนื้อรักษาตัว”
“ทุกอย่างมันไปหมดแล้ว เพราะฉะนั้นต่อไปเขาคงอยู่เมืองไทยไม่ได้ ในการที่จะเดินทางไปไหนหรือทำมาหากินอะไร คือเขาต้องไป แต่ถ้าว่าหนังมีจริง ยูก็ไปทำงานของยูมา แล้วก็มาพิสูจน์กันในวันข้างหน้า ถ้าไม่มีก็ต้องยอมรับสภาพตรงนั้นอีก แล้วก็ต้องกลับมาเมืองไทยไม่ได้ ก็ว่ากันไป ส่วนจะไปอยู่ประเทศไหน ยังไม่ได้คิดกัน”
ภายหลังจบการแถลงข่าว “นาธาน” ได้ส่งข้อความถึง “ชิ” ผ่านโทรศัพท์มือถือว่า “Am die forever” ทันทีที่อ่านข้อความจบ ผู้จัดการส่วนตัวของอดีตนักร้องหนุ่มก็แสดงสีหน้ากังวลออกมาอย่างเห็นได้ชัด เนื่องจากเป็นห่วงกลัว “นาธาน” จะคิดสั้นฆ่าตัวตาย เหมือนที่เคยมีความคิดวูบหนึ่งมาแล้ว

Tags: THE PRINCE OF RED SHOE, ข่าวนาธาน, ทักษิณ, นาธาน, นาธาน โอมาน, ล่าสุด, เอกชัย ศรีวิชัย
ตัวอย่างภาพยนตร์ (หนัง) THE PRINCE OF RED SHOES

November 13, 2009 by กล้วยไม้
Filed under ดูหนัง

3 Comments
หลังจากที่ปล่อยให้งง ตั้งนานครับ ว่า นาธาน โอมาน โกหกหรือเปล่า ล่าสุด ทางทะเวร ตี แซง จู ลี่ ฟอก ก็นำตัวอย่างหนังเรื่อง
THE PRINCE OF RED SHOE

ออกมาให้แฟน ๆ ชาวโลกได้ชมกันแล้วครับ หลังจากที่ปล่อยให้ชาวต่างดาวดูมาก่อนตั้งนานแล้ว
Click the image to open in full size.
Click the image to open in full size.
Click the image to open in full size.
Click the image to open in full size.

เป็นยังไงกันบ้างครับสำหรับตัวอย่างภาพยนต์ อดใจรอกันอีกนิดเดียวได้ชมแล้วครับ
ไม่เกิน 30 กุมภาพันธ์ 2553 ได้ชมกันทั่วโลกแน่ ๆ ครับ 5 5 5

ขอบคุณที่มา
http://www.thaiseoboard.com/index.ph...c,88203.0.html


Tags: THE PRINCE OF RED SHOE, ข่าวนาธาน, ตัวอย่งภาพยนต์, นาธานโกหก, ภาพยนต์นาธาน, หนังนาธาน
นาธาน โอมาน ย้ำ ลูกครึ่งไทย-เนปาล จริง

July 30, 2009 by กล้วยไม้
Filed under ข่าว ดารา คนดัง

4 Comments
ขอบคุณที่มาจาก - ผู้จัดการออนไลน์ 30 ก.ค. 52
?นาธาน? ยืนกราน เป็นลูกครึ่งไทย-เนปาล รับไม่ได้ถูกสืบค้นประวัติ บอกเป็นคนสาธารณะก็จริง แต่หัวใจไม่ได้เป็นของสาธารณะ ที่จะมาย่ำยีกันได้ ยังอ้างคำเดิม ถูกใส่ร้ายจากกลุ่มคนที่สูญเสียผลประโยชน์ อยากดิสเครดิตตน
ยังคงเป็นประเด็นที่ได้รับความสนใจอย่างต่อเนื่องสำหรับกรณีของนักแสดงหนุ่ม ?นาธาน โอมาน? ซึ่งหลังจากที่วันก่อนเจ้าตัวออกมายืนยันแล้วว่าไม่ได้โกงเงินและไม่ได้เป็นหนึ่งในหุ้นส่วนของร้าน GAMAREE YAK CAF?? GALLARY แต่ที่ต้องเข้าไปมีส่วนร่วมในการขอใบจากสรรพสามิตและเป็นผู้ดำเนินการจ่ายค่าเช่าร้านด้วยตัวเองนั้นเพราะความที่รักใคร่สนิทสนมกันกับ ?เจเจ จามรี จูลี่ แคชเชอร์? ดีเจคลื่น EASY FM 105.5 เวอร์จิ้นเรดิโอ ที่เป็นหนึ่งในหุ้นส่วนของทางร้าน พร้อมทั้งยันยืนยันว่าตนโกอินเตอร์ไปถ่ายหนังฮอลลีวูดมาจริง
แต่ด้วยยังมีอีกหลายประเด็นที่ยังค้างคาใจ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของสัญชาติที่ว่าจริงๆ แล้วหนุ่ม ?นาธาน? เป็นลูกครึ่งไทย-เนปาลจริงรึเปล่า ซึ่งในวันแถลงข่าวเจ้าตัวก็ยืนยันชัดเจนว่าตนถือสัญชาติไทย-เนปาล โดยที่พ่อของตนนั้นเป็นคนเนปาล และแม่ของตนเป็นคนไทยเชื้อสายโอมาน
แต่ล่าสุดเมื่อวานนี้ทางรายการ ?โต๊ะข่าวบันเทิง? ทางช่อง 3 ก็ได้ไปสืบเสาะประเด็นดังกล่าวออกมาตีแผ่ ว่าแท้จริงแล้ว นาธาน โอมาน อดีตศิลปินค่ายอาร์เอสนั้นมีชื่อตามบัตรประชาชนคือ นธัญ โอมานันท์ ปัจจุบันอายุ 33 ปี มีเชื้อชาติไทย สัญชาติไทย นับถือศาสนาพุทธ ไม่ใช่อิสลามอย่างที่กล่าวอ้าง และได้ผ่านการเปลี่ยนชื่อมาแล้ว โดยมีชื่อเดิมว่าธัญวัฒน์ หยุ่นตระกูล เป็นบุตรชายของนาย ธัญญา หยุ่นตระกูล มีเชื้อชาติไทย สัญชาติไทย ไม่ได้เป็นคนเนปาล ซึ่งปัจจุบันนายธัญญาอาศัยอยู่ที่หมู่บ้านแห่งหนึ่ง จ.พิษณุโลก
เมื่อทางรายการสอบถามไปยังนายธัญญา เจ้าตัวกลับปฏิเสธที่จะให้สัมภาษณ์ จึงมีการติดต่อสอบถามไปยังเพื่อนบ้านละแวกเดียวกัน ซึ่งคนแถวนั้นก็ยืนยันว่านายธัญญาเป็นพ่อของนาธานจริง และได้ย้ายมาอยู่ที่นี่เมื่อหลายปีแล้ว ทั้งตัวนาธานเองก็ยังมีโอกาสมาเยี่ยมพ่อที่นี่บ้างแต่ไม่บ่อย
ซึ่งในช่วงค่ำของวันเดียวกัน นาธานก็ได้ออกมาเปิดใจให้สัมภาษณ์ผ่านทางรายการ ?ตาสว่าง? ทางช่อง9 อีกครั้งถึงประเด็นดังกล่าว โดยนาธานก็ยังยืนยันว่าตนนั้นเป็นลูกครึ่งไทย-เนปาลจริง
?ธานก็ยังจะยืนยันเหมือนเดิม ทุกอย่างที่ธานบอกธานเองก็ยังยืนยันอยู่ ทำไมมันถึงกลายเป็นเรื่องใหญ่คิดว่าอาจจะเกิดจากการสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ของเขา ที่เขาพยายามจะเอาไปเกี่ยวโยงกับกลุ่มบางกลุ่ม ที่เขาคิดว่าเขาสูญเสียผลประโยชน์ เขาถึงทำอย่างนั้น?
?คือมันเกิดเป็นความต่อเนื่องกัน มันเป็นการใส่ไฟพูดว่าร้าย เอาเป็นว่าตอนนี้ธานมั่นใจว่ามีกลุ่มขบวนการกลุ่มนึงที่เขาพยายามดิสเครดิตธานอยู่?
ส่วนเรื่องสัญชาติเจ้าตัวก็ยังยืนยัน ว่าตนนั้นเป็นลูกครึ่งไทย-เนปาลแน่นอน พร้อมยังวอนสังคมว่าถึงแม้ตนจะเป็นคนสาธารณะ แต่หัวใจของตนนั้นไม่ใช่สาธารณะที่ใครจะมาย่ำยีได้
?มันไปกันใหญ่ครับ คือจริงๆ แล้วเรื่องสิทธิมนุษยชน เรื่องความเป็นมนุษย์ ความเป็นส่วนตัวของธาน ธานให้เกียรติทุกคน ยืนยันว่าธานเองก็ยังเป็นลูกครึ่งเนปาลเหมือนเดิม ธานยังเป็น นาธาน โอมาน ทุกๆ อย่างที่ธานเสนอที่บอกมามันก็คือเรื่องจริงทั้งหมด ฉะนั้นการไปสืบเสาะหากัน หรือว่าไปพลิกแผ่นดินถึงใต้อนุของแผ่นดินเพื่อที่จะสืบความลับของธาน ที่บอกว่าพ่อธานเป็นคนไทย ธานเป็นคนไทยแล้วเมคขึ้นมา ธานคิดว่ามันมากเกินไป สำหรับเรื่องที่ธานนำเสนอ มันเป็นเรื่องของการเปลี่ยนประเด็นไปแล้ว ทุกคนบอกว่าธานเป็นคนของสาธารณะ แต่ว่าหัวใจธานไม่ได้เป็นของสาธารณะ ที่จะให้ทุกคนมาย่ำยีได้นะครับ?
?สุดท้ายธานขอบคุณมากเลยที่ให้เกียรตินำเสนอความคิดของธานอีกครั้ง ขอขอบคุณแฟนคลับแล้วก็พ่อแม่พี่น้องทุกคน ที่อยู่ทุกซอกอนุของโลกทุกคนที่เป็นคนไทย ธานขอบคุณมากๆ เลยครับ?
นี่คือถ้อยคำแถลงของเจ้าตัวที่พรั่งพรูออกมา หลังจากที่ถูกเปิดโปงเรื่องที่ว่าไม่ใช่ลูกครึ่งไทย-เนปาล ซึ่งเจ้าตัวก็ยังยืนกรานคำเดิม ว่าไม่ได้ลวงโลก แต่ส่วนบทสรุปของเรื่องนี้จะเป็นอย่างไร ก็คงต้องติดตามกันต่อไป

Tags: THE PRINCE OF RED SHOE, ข่าวนาธาน, นาธาน, นาธาน โอมาน, ลูกครึ่ง, ไทย-เนปาล
จับโกหก นาธาน โอมาน ตอแหล ประชาชน

July 28, 2009 by กล้วยไม้
Filed under ข่าว ดารา คนดัง

20 Comments
?หุ้นส่วนร้าน? ลากไส้ ! ?นาธาน? แหกตาหลายดอก ไม่ได้ถ่ายหนังฮอลีวูด โกงเงินร้าน ไม่ยอมเอาเงินไปจ่ายค่าเช่า เบิกเงินไปซื้อเต้นท์แต่กลับเอาเงินไปจ่ายให้เจ้าหนี้ตัวเอง ซ้ำยังจัดทัวร์เอาเงินลูกค้า แต่พอยกเลิกก็ไม่ยอมคืนเงิน พอจับได้ก็ไม่ยอมมาเคลียร์อ้างไม่ว่างจะไปอัดรายการที่นี่หมอชิต ทั้งที่ไม่เคยไปถ่ายรายการดังกล่าว แฉมีพฤติกรรมแปลกๆ ชอบปลอมตัวปลอมเสียงหลอกคนอื่นฯลฯ
ทำเอาช็อกวงการเลยทีเดียวสำหรับ ?นาธาน โอมาน? หลังจากที่เคยให้สัมภาษณ์กับบันเทิงผู้จัดการเมื่อปีที่แล้วว่ากำลังจะโกอินเตอร์ไปเล่นหนังฮอลีวูด โดยได้ให้สัมภาษณ์ว่าจะเดินทางไปถ่ายทำตั้งแต่เดือนมกราคม 2552 และเมื่อวันที่ 13 กรกฎาคมที่ผ่านมา จู่ๆ เจ้าตัวก็ติดต่อเข้ามาหาทีมข่าวบันเทิงผู้จัดการว่า ขณะนี้อยู่ประเทศมาเลเซียและจะกลับมาเมืองไทยวันที่ 14 เนื่องจากกลับมาพักกอง 3 เดือน หลังจากที่ได้เดินทางไปถ่ายหนัง THE PRINCE OF RED SHOE ที่ต่างประเทศกับค่าย ทเวนตี้ เซ็นจูรี ฟอกซ์ เป็นเวลา 6 เดือน
จากนั้นทีมข่าวบันเทิงผู้จัดการจึงได้ทำการสัมภาษณ์นาธานถึงการถ่ายหนังเรื่องดังกล่าวเมื่อวันที่ 14 กรกฎาคมทันที แต่หลังจากที่ข่าวดังกล่าวได้ถูกเผยแพร่ออกไปปรากฏว่า มีการเปิดโปงว่าไม่มีการถ่ายหนังเรื่อง THE PRINCE OF RED SHOE และในเรื่องนี้ไม่มีรายชื่อในค่ายทเวนตี้ เซ็นจูรี ฟอกซ์ เท่านั้นไม่พอยังมีคนออกมาแฉนาธานได้โกงเงินหุ้นส่วนร้านอาหาร และเป็นหนี้สินอีกมากมาย
ต่อมา ?เจเจ จามจุรี จูลี่ แคสเชอร์? ดีเจคลื่น EASY FM 105.5 เวอร์จิ้นเรดิโอ หุ้นส่วนร้าน JAMAREE YAK CAF? GALLERY เข้าแจ้งความดำเนินคดีกับนาธานในข้อหาฉ้อโกงเงินร้านดังกล่าว ล่าสุดเมื่อวันที่ 26 กรกฏาคมที่ผ่านมาเจ้าตัวก็ได้เดินทางไปให้ปากคำกับเจ้าหน้าที่ตำรวจสน.หัวหมาก ทีมข่าวบันเทิงจึงได้ตามไปสอบถามข้อเท็จจริงดังกล่าว และได้ตามไปสัมภาษณ์อย่างละเอียดที่ร้าน จึงทำให้ทราบว่า นาธานแหกตาหลายดอก จึงได้รวบรวมข้อเท็จจริงดังต่อไปนี้
?เริ่มรู้จักกับนาธานครั้งแรกเมื่อตอนที่ไปเที่ยวเนปาลด้วยกันเมื่อปี 2005 เจเจมีเพื่อนทำงานอยู่ที่บริษัทอาร์เอสโปรโมชั่น แล้วเขาจัดทริปไปเนปาลกันก็เลยร่วมแจมไปด้วย พอกลับมาก็ติดต่อกันบ้างเป็นครั้งคราวนัดกินข้าวแล้วก็หายไป ในช่วงที่เขาหายไปจะติดต่อเขาไม่ได้ไม่รู้ว่าหายไปไหน เขาจะมีการเปลี่ยนเบอร์โทรศัพท์อยู่ตลอดเวลา แต่เมื่อไหร่ที่เขาพร้อมจะติดต่อกลับมาเอง เป็นอย่างนี้ตลอดเวลา?
?ล่าสุดเขาก็ติดต่อกลับมาและได้คุยกันเรื่องโปรเจ็กต์ร้านกาแฟในช่วงต้นปี หลังจากเริ่มคุยโปรเจ็กต์กันก็เงียบกันไปพักหนึ่ง นาธานก็โทรมาบอกว่าเริ่มทำร้านกันเลยดีกว่า เพราะเดี๋ยวไม่อยู่ต้องไปถ่ายหนัง เราเริ่มทำร้านกันตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์พอประมาณเดือนมีนาคมทุกคนพร้อมลุยมานั่งดูว่าต้องลงทุนคนละเท่าไหร่ ซึ่งร้านนี้จะมีหุ้นอยู่ 5 หุ้นรวมนาธานด้วย โดยลงเงินคนละ 1 แสน ?
?จากนั้นก็ตะเวนหาร้านจนกระทั่งมาเจอบ้านหลังนี้ก็มาทำสัญญาเช่าเมื่อวันที่ 18 มีนาคม โดยที่เจเจเป็นผู้ทำสัญญาเช่า แต่นาธานจะเป็นคนติดต่อเจ้าของบ้านโดยตรง และเราก็พึ่งมาค้นพบว่าสี่เดือนที่แล้วก่อนทำสัญญาเขาทำทุกอย่างเพื่อไม่ให้เราเจอกับเจ้าของบ้านด้วยการบอกเจ้าของบ้านว่าเจเจยุ่งมากไม่สามารถมาเจอได้ ส่วนเจ้าของบ้านก็ยุ่งมากไม่สามารถมาเจอเจเจได้ให้เอาเอกสารมาก่อน แล้วจะโอนเงินค่าประกันบ้านตามมาให้ทีหลัง ซึ่งในตอนนั้นได้จ่ายเงินประกันบ้านให้นาธานไปหมดแล้ว แต่เขาอาจจะเอาไปให้ครบหรือไม่ครบไม่รู้ส่วนทางเจ้าของบ้านบอกว่าเอกสารไม่เคลียร์?
ดอกที่ 1 บอกจะเอาเงินไปซื้อเต้นท์ แต่กลับเอาไปจ่ายให้เจ้าหนี้
?มาถึงเดือนเมษายนเขาอาสาที่จะติดต่อซื้อเต็นท์ทิเบตให้ เพราะรู้จักกับคนขายเดี๋ยวจะต่อรองราคาให้เราก็โอนเงินกองกลางของร้านให้คนๆ หนึ่งซึ่งเราจด ชื่อ-นามสกุล และมีใบโอนเป็นหลักฐานเรียบร้อยเป็นจำนวนเงิน 60,000 บาทเพื่อซื้อเต็นท์ แต่เดือนเมษายนพฤษภาคมผ่านไปก็ยังไม่มีเต็นท์มาส่งที่ร้าน ถามไปว่าเต็นท์อยู่ไหนก็บอกว่าอยู่คาร์โก้ แต่ยังเอาออกมาไม่ได้ เราก็โอเครอกันไป พอเดือนมิถุนายนก็ถามอีกว่าเต็นท์อยู่ไหนก็ไม่พบไม่เห็นอันนี้คือเรื่องที่หนึ่งเรื่องเต็นท์?
?จนกระทั่งไม่กี่วันมานี้เราไปค้นพบหลักฐานในการโอนเงิน 60,000 บาทค่าเต็นท์ที่นาธานบอกให้โอนให้ไปตั้งแต่ประมาณปลายเดือนเมษายน เราไปเจอเจ้าของบัญชีแล้วก็ชื่อเบอร์โทรเลยถามเขาว่า เราได้โอนเงินหกหมื่นบาทให้เขาในวันที่นี้ๆ เงินก้อนนั้นเป็นค่าอะไร พี่คนนี้บอกว่าเงินนี้เป็นเงินที่ นาธาน โอมาน โอนมาคืนให้ เพราะว่าติดหนี้เขาอยู่ เนื่องจากว่าพี่ไปมัดจำจะไปทัวร์ที่ฝรั่งเศสกับนาธานแล้วไม่ได้ไป ซึ่งเป็นเงินหลายแสนบาท นี่เป็นส่วนน้อยที่นาธานคืนให้ ซึ่งเขาเองมาบอกให้เราโอนเงินเข้าบัญชีพี่คนนี้เพราะเป็นคนซื้อเต็นท์ แต่ค้นพบว่าจริงๆ เป็นเจ้าหนี้นาธานอีกคนที่เขาไปหลอกมัดจำทัวร์เขาแล้วก็ไม่มีทัวร์นั้นจริงๆ?
ดอกที่ 2 มาเอาเงินไปจ่ายค่าร้านล่วงหน้า 3 เดือน แต่ก็ไม่เอาไปจ่ายเจ้าของบ้าน
?เรื่องที่สองตอนต้นเดือนพฤษภาคม นาธานบอกว่าเจ้าของบ้านจะไปเมืองนอก ขอเงินค่าเช่าล่วงหน้าสามเดือนก่อนได้ไหมพี่เจ้าของบ้านบอกมาเป็นจำนวนเงินอีก 60,000 บาท ในตอนแรกเจเจ บอกว่าเดี๋ยวโอนเข้าแบงค์สู่แบงค์ทีเดียวจะได้ไม่ยุ่งยากเขาเองก็บอกว่าดีๆ แต่พอถึงเวลาเราทวงเลขบัญชีก็บอกว่ายังไม่ได้จนเช้าวันหนึ่งเขาบอกน้องเกดที่เป็นหุ้นส่วนร้านอีกคนให้ไปเบิกเงินสดมาให้ก่อนรวมเป็นหกหมื่นในตอนนั้นเราเองไม่ได้ถามหาสลิป เพราะเห็นเป็นเงินกันเอง?
?ต่อมาเมื่อวันที่ 14 กรกฎาคมเจ้าของบ้านโทรมาหาเจเจถามว่าร้านขายไม่ดีเหรอคะ ทำไมพี่ไม่ได้ค่าเช่าบ้านเลย เขาบอกว่าเขามาหาที่หน้าบ้านเช้ามากร้านยังปิดอยู่ไม่รู้จะติดต่อใครก็เลยต้องไปติดต่อไปที่ทำงานของเจเจเพื่อขอเบอร์เจเจจะได้คุยกับเจเจ ทั้งๆ ที่ก่อนหน้านี้เจเจได้ให้เบอร์มือถือของเจเจกับนาธานเพื่อไปให้เจ้าบ้านแล้ว?
?เจ้าของบ้านเล่าให้ฟังว่าติดต่อไปหานาธานไปหลายครั้งไม่เคยรับสาย และบอกว่ามีเงินโอนมาให้11,000 บาท แล้วก็มีโอนมา1,000 บาท สองครั้ง 4,000บาทสามครั้ง เขาก็งงมากคือเงินอะไรนึกว่าเป็นเงินทำบุญเพื่อนให้มา เพราะมันไม่ได้มีเป็นก้อนชัดเจนว่าจ่ายค่าเช่าบ้าน ตอนนั้นพอฟังพี่เขาบอกว่าไม่เคยได้ค่าเช่าบ้านเลยตกใจรีบโทรศัพท์หาเพื่อนๆ?
?เท่านั้นยังไม่พอนาธานยังบอกพี่เจ้าของบ้านในระหว่างที่เขาติดต่อคุยกันว่า พ่อเขาอยู่โอมานเป็นเจ้าของโรงแรมห้าดาวอยู่ที่โอมานชวนเจ้าของบ้านกำลังจะทำธุรกิจสปากับนาธาน เขาก็บอกให้พี่เจ้าของบ้านอีเมลล์ไปหาพ่อเขาที่โอมานนี่คือเจ้าของบ้านเล่าให้ฟังนะ ซึ่งพี่เจ้าของบ้านบอกว่าได้ส่งอีเมลล์ติดต่อกับพ่อนาธานที่โอมานมาสี่ห้าฉบับแล้วกำลังจะมีการทำธุรกิจกัน แต่ยังไม่ได้ทำเพราะเรื่องมันมาชัดเจนก่อน?
ดอกที่ 3 ปลอมตัวบอกนักข่าวว่าเป็น ?อรัญ? น้องชาย ?นาธาน?
?ที่ผ่านมาเขาอยู่เมืองไทยตลอด(แต่นาธานให้สัมภาษณ์ว่าไปถ่ายหนังตั้งแต่ต้นปีพึ่งกลับมาเดือนกรกฎาคม) ตั้งแต่เดือนมกราคมก็ไม่เห็นเขาไปไหนมาอยู่ที่ร้านทำร้านกันตลอดเรายังจัดปาร์ตี้วันเกิดให้เขาเมื่อวันที่ 14 พฤษภาคมอยู่เลย คุณโก้ ธีรศักดิ์(ธีรศักดิ์ พันธุจริยา) กับ ฮาน่า(ทัศนาวลัย องอาจสิทธิชัย) ก็มาถ่ายรายการที่ร้านนี้ หนังสือหลายๆ เล่มก็มาถ่ายคอลัมน์ ตอนนั้นเราพยายามโปรโมตทุกอย่างเพื่อที่จะให้ร้านติดตลาดใครอยากที่จะสัมภาษณ์นาธานเราก็ออฟเฟอร์ให้ ตัวเขาเองก็ไม่ได้ปฏิเสธอะไร?
?แต่เขาเริ่มมีพฤติกรรมแปลกๆ ตอนที่หนังสือเนชั่นจูเนียร์มาสัมภาษณ์ หลังจากเจเจจัดรายการเสร็จก็รีบมาเพื่อที่จะช่วยทำโรตีให้หนังสือถ่าย จู่ๆ นาธานก็รีบเดินมาบอกว่า นาธานไม่อยู่นะนี่คืออรัญน้องชายนาธาน ให้เจเจโกหกว่าเขาคืออรัญ แล้ววันนั้นอรัญก็เดินว่อนอยู่ในร้านใส่หมวกใส่แว่น ซึ่งก็คือตัวนาธานนั่นล่ะ ?
?พี่ๆ นักข่าวที่มาเขาก็รู้อยู่แก่ใจ เราเองก็พูดไม่ออกมันจุกปากเราก็รีบทำโรตีไปเรื่อยๆ พี่นักข่าวก็พยายามถามเรื่องนาธานเราก็ต้องดึงกลับมาเรื่องโรตี จนกระทั่งเขาคงเข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้นเหมือนต่างคนต่างรู้อยู่แก่ใจว่าเกิดอะไรขึ้น เราเองก็แปลกใจว่าทำไมนาธานต้องทำแบบนั้น ถามเหตุผลเขาก็บอกว่า บอกนักข่าวอีกเล่มไปว่าจะไม่อยู่เมืองไทยแล้วต้องไปถ่ายหนังอยู่เมืองนอก แต่พอมีอีกเล่มมาถ่ายคอลัมน์เขาเลยต้องกลายเป็นอรัญหรืออาจจะมีเหตุผลอื่นก็ไม่ทราบ?
?จากวันนั้นมาก็เริ่มมีอะไรแปลกๆ เรื่อยมา จนกระทั่งวันที่ 8 มิถุนายน เขามาบอกว่าจะต้องไปถ่ายหนังจริงๆ แล้ว หลังจากวันที่ 8 มิถุนายนก็จะมีแม่บ้านชื่อ เต็ม สมาน สุขเสริม นาธานบอกว่าเป็นเหมือนแม่เลี้ยงที่ดูแลเขามาตั้งแต่เด็กๆ มาอยู่กับเราด้วยตลอดตั้งแต่เริ่มเปิดร้านเป็นคนดูแลบ้านทำกับข้าว ในช่วงที่นาธานไม่อยู่พี่เต็มจะทำทุกอย่างแทนให้?
?คือนาธานเขาจะอยู่ที่ร้านตลอด เขามีหน้าที่ดูแลร้าน พอปิดบิลตอนกลางคืนเขาก็จะนำเงินไปเข้าบัญชีในตอนเช้า ซึ่งบัญชีนั้นจะเป็นบัญชีเงินหมุนเวียนของร้านโดยใช้บัญชีของนาธาน เพราะว่าเขาเป็นคนเดียวที่ไม่มีงานประจำและเป็นคนเดียวที่อยู่ร้านเป็นประจำนอนที่นี่ ทุกคนมีงานประจำมีเงินเดือนเราไม่อยากให้มันไปทบกับฐานภาษีจะได้ไม่มีปัญหาเรื่องภาษีบุคคลธรรมดา เราไม่ได้จดเป็นบริษัทหรือห้างร้านก็เป็นการตกลงกันแบบไว้ใจตกลงแบบเพื่อนฝูงพี่น้อง?
?ส่วนเรื่องบัญชีเราตกลงกันว่าจะไม่มีเอทีเอ็มสมมุติว่าได้ร้อยเปอร์เซ็นต์จากที่ขายในวันนี้ เราจะหยิบไปสักยี่สิบเปอร์เซ็นต์เพื่อไปซื้อกับข้าวหรือวัตถุดิบมาขายในวันต่อไป ที่เหลือก็เอาเข้าบัญชีไว้เป็นเงินหมุนของร้าน?
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 28 กรกฎาคม 2552 01:47 น
Click the image to open in full size.
webmaster@songtoday.com
ถ้าอยากเดินไปข้างหน้า ไม่ควรย้อนอดีต เอามาทำร้ายปัจจุบัน
if you want to step forward. you should not keep hurtind yourselfvthinking about the past.
ตอบพร้อมอ้างข้อความ
Bookmarks
Tags
นาธาน , โอมาน
ขณะนี้มีผู้ใช้งานกำลังดูกระทู้นี้อยู่ : 1 คน ( เป็นสมาชิก 0 คน และ บุคคลทั่วไป 1 คน )
 
เครื่องมือจัดการกระทู้ ตัวเลือกการแสดงผล
Linear Mode Linear Mode
กฎการโพสต์ข้อความ
You may not post new threads
You may not post replies
You may not post attachments
You may not edit your posts

BB code is เปิด
Smilies สถานะ เปิด
[IMG] สถานะ เปิด
HTML สถานะ เปิด
Trackbacks are ปิด
Pingbacks are ปิด
Refbacks are ปิด
กระโดดไป:

เวลาทั้งหมดอยู่ในเขตเวลา GMT +7. และเวลาในขณะนี้คือ 01:55 PM.
ติดต่อเรา - Songtoday.com™ - เอกสารเก่า - ขึ้นบนสุด
Display Pagerank

1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 16 17 18 19 20 21 22 23 24 25 26 27 28 29 30