Songtoday.com™
ติดต่อโฆษณา © โทร: 081-775-0013 : Songtoday.com
เครื่องมือจัดการกระทู้   Switch to Linear ModeSwitch to Hybrid ModeSwitch to Threaded Mode
รูปส่วนตัว Webmaster
Administrators


สมัครเมื่อ: 2008-04-29
ที่อยู่: กรุงเทพมหานคร
โพสต์: 1,062
Level: 28 HP: 36 / 692
MP: 354 / 22551
EXP: 71%
Click the image to open in full size.

พายุหมุนนาร์กิส (อังกฤษ: Cyclone Nargis) หรือพายุหมุนนาร์กิสอันมีความรุนแรงระดับสูง (อังกฤษ: Very Severe Cyclonic Storm Nargis) [ระดับความรุนแรง: 01B, กำหนดโดยศูนย์ความร่วมมือระหว่างกองทัพเรือและกองทัพอากาศแห่งสหรัฐอเมริกาเพื่อการเตือนภัยไต้ฝุ่น (Joint Typhoon Warning Center of US’s Navy and Air Forces)] เป็นพายุหมุนเขตร้อนที่มีความรุนแรงระดับสูง ซึ่งกระทำให้เกิดภาวะแผ่นดินถล่ม (landfall) และภาวะมหันตภัย (catastrophe hazard) ในประเทศพม่าเมื่อวันที่ 2 พฤษภาคม 2551 ส่งผลให้ชาวพม่าเสียชีวิตอย่างน้อยสองหมื่นสองพันคน และสูญหายอีกสี่หมื่นหนึ่งพันคน[1] ทั้งนี้ เมื่อ พ.ศ. 2549 พายุหมุนมาลา (อังกฤษ: Cyclone Mala) ก็ได้ก่อให้เกิดภาวะเช่นเดียวกันในประเทศพม่า
ประวัติพายุ
พายุหมุนนี้ได้รับการขนานชื่อเป็นครั้งแรกในเหตุการณ์พายุหมุนมหาสมุทรอินเดียตอนเหนือ (อังกฤษ: North Indian Ocean Cyclone) เมื่อ พ.ศ. 2551 โดยพายุหมุนนาร์กิสเริ่มตั้งเค้าเมื่อวันที่ 27 เมษายน 2551 ที่อ่าวเบงกอลตอนกลาง ในระยะเริ่มแรก พายุหมุนนาร์กิสเคลื่อนตัวไปทางตะวันตกเฉียงเหนือโดยช้า สภาพเกื้อหนุนในบริเวณดังกล่าวส่งผลให้พายุมีกำลังรุนแรงขึ้นอย่างรวดเร็ว อย่างไรก็ดี บรรยากาศแห้งแล้งในวันที่ 29 เมษายน 2551 เป็นเหตุให้พายุอ่อนกำลังลง และเปลี่ยนทิศทางไปยังภาคตะวันออกของโลก ซึ่งพายุได้ทวีความรุนแรงโดยมีความเร็วลมสูงสุด (peak wind) อย่างน้อยหนึ่งร้อยหกสิบห้ากิโลเมตรต่อหนึ่งชั่วโมง และต่อมาศูนย์ความร่วมมือระหว่างกองทัพเรือและกองทัพอากาศแห่งสหรัฐอเมริกาเพื่อการเตือนภัยไต้ฝุ่นแถลงว่า ความเร็วลมสูงสุดของพายุหมุนนี้จะทวีเป็นสองร้อยสิบห้ากิโลเมตรต่อหนึ่งชั่วโมง
ขณะนี้ หลังจากที่พายุหมุนนาร์กิสขึ้นฝั่งที่เขตอิรวดี ประเทศพม่า โดยมีกำลังลมใกล้เคียงกับความเร็วลมสูงสุด และพัดผ่านนครย่างกุ้งแล้ว ก็ได้อ่อนตัวลงตามลำดับและสลายตัวไป ณ บริเวณชายแดนไทยกับพม่า

ผลกระทบจากพายุหมุนนาร์กิส อ่าวเบงกอลฝั่งตะวันตก

Click the image to open in full size. Click the image to open in full size.
ภาวะฝนตกจากพายุหมุนนาร์กิส ตรวจวัดโดยคณะตรวจวัดปริมาณฝนตกในเขตร้อนแห่งองค์การนาซา (Tropical Rainfall Measuring Mission)
พายุหมุนนาร์กิสได้ก่อให้เกิดภาวะฝนตกหนัก (heavy rainfall) ในประเทศศรีลังกา ส่งผลให้เกิดภาวะน้ำท่วม (flood) และภาวะดินถล่ม (landslide) ระหว่างตำบลกว่าสิบตำบลในศรีลังกา โดยตำบลรัตนปุระ (Ratnapura) และตำบลเคกัลเล (Kegalle) ได้รับผลกระทบมากที่สุด กว่าสามพันครอบครัวในตำบลดังกล่าวบ้านแตกสาแหรกขาด บ้านเรือนหลายพันหลังจมน้ำ อีกยี่สิบเอ็ดหลังถูกทำลายไปโดยอำนาจแห่งพายุ ชาวศรีลังกาสี่พันห้าร้อยคนกลายเป็นผู้ไร้บ้าน[2] และกว่าสามหมื่นห้าพันคนถูกทอดทิ้งอยู่บนเกาะ ซึ่งในจำนวนคนบนเกาะนี้ หนังสือพิมพ์อุบาลี (Upali Newspaper) แห่งบังคลาเทศรายงานว่า ได้รับบาดเจ็บสาหัสสามราย และถึงแก่ความตายอีกสองราย[3]
กรมอุตุนิยมวิทยาแห่งสาธารณรัฐอินเดียออกประกาศเตือนชาวประมงให้งดออกทะเลในระหว่างที่พายุหมุนนาร์กิสพัดผ่านดินแดน โดยได้พยากรณ์ว่าพายุรุนแรงจะเคลื่อนผ่านชายฝั่งรัฐทมิฬนาฑูและรัฐอานธรประเทศ[4] นอกจากนี้ อิทธิพลของพายุหมุนดังกล่าวได้กระทำให้อุณหภูมิในอินเดียลดลง หลังจากที่ได้สูงขึ้นอย่างรุนแรงเพราะคลื่นความร้อน[5]
รัฐบาลบังคลาเทศได้ออกประกาศให้บรรดาเกษตรกรเร่งเก็บเกี่ยวพืชผลให้สิ้นก่อนพายุจะเคลื่อนตัวถึงประเทศตน ซึ่งในขณะนั้นบังคลาเทศก็ประสบภาวะอาหารขาดแคลนมาแต่ปีก่อนเพราะพายุหมุนสิทร์ (Cyclone Sidr) อยู่แล้ว รัฐบาลจึงเกรงว่าพายุหมุนนาร์กิสจะกระทำให้สถานการณ์ย่ำแย่ลงอีก

พม่า

Click the image to open in full size. Click the image to open in full size.
(บน) สภาพภูมิประเทศของพม่าก่อนเกิดพายุ และ (ล่าง) หลังเกิดพายุ.


Click the image to open in full size. Click the image to open in full size.
เขตอิรวดีซึ่งได้รับผลกระทบมากที่สุด
หลังจากที่พม่าเผชิญกับพายุหมุนนาร์กิสแล้ว ทางการพม่ารายงานว่า อัตราการตายในประเทศมีประมาณห้าหมื่นคน และผู้คนพลัดหลงประมาณสี่หมื่นหนึ่งพันคน[6] สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่าผู้คนในพม่ากว่าสองล้านถึงสามล้านคนกลายเป็นผู้ไร้บ้าน เมื่อเทียบกับเหตุการณ์คลื่นสึนามิถล่มเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ พ.ศ. 2547 แล้ว ถือว่าเหตุการณ์พายุนาร์กิสนี้เป็นพิบัติภัยที่รุนแรงที่สุดในประวัติศาสตร์ชาติพม่า
นายแอนดริว เคิร์กวูด (Andrew Kirkwood) ผู้อำนวยการองค์กรการกุศลแห่งสหราชอาณาจักรเพื่อการพิทักษ์เยาวชน (British charity Save The Children) แถลงว่า ตนกำลังพิเคราะห์จำนวนผู้เสียชีวิตห้าหมื่นรายและผู้ไร้บ้านอีกกว่าหลายล้านราย โดยเห็นว่าเป็นความรุนแรงที่ไม่เคยปรากฏมาก่อนในประวัติศาสตร์ชาติพม่า ซึ่งจำนวนดังกล่าวอาจมากกว่าจำนวนผู้เสียหายในเหตุการณ์สึนามิที่ประเทศศรีลังกาว่าหลายเท่าตัว[7]
ในการนี้ รัฐบาลทหารพม่าได้ประกาศให้เขตย่างกุ้ง เขตอิรวดี เขตหงสาวดี ตลอดจนรัฐมอญ และรัฐกะเหรี่ยงเป็นเขตประสบพิบัติภัย (disaster area)
นอกจากนี้ ยังมีรายงานว่า อาคารถูกทำลายหลายแสนหลังในเมืองลบุตร (Labutta) เขตอิรวดี สำหรับจำนวนดังกล่าว สำนักข่าวแห่งพม่ารายงานว่า ร้อยละเจ็ดสิบห้าของอาคารพังทลาย ร้อยละยี่สิบหลังคาถูกซัดหายไป และที่เหลือยังอยู่รอดปลอดภัย[8]
เป็นที่คาดกันว่า พายุหมุนนาร์กิสครั้งนี้อาจส่งผลกระทบรุนแรงที่สุดในบรรดาเหตุการณ์ที่เกิดจากพายุหมุนด้วยกันเองนับแต่คราที่บังคลาเทศถูกพายุหมุนถล่มใน พ.ศ. 2534 ซึ่งปรากฏคนตายถึงหนึ่งแสนสามหมื่นแปดพันคน และอีกหนึ่งหมื่นคนเป็นอย่างน้อยถึงแก่ความตายที่ดินแดนสามเหลี่ยมในเมืองโพคัล (Bogale)[9]
ทูตต่างประเทศประจำนครย่างกุ้งนายหนึ่งให้สัมภาษณ์แก่สำนักข่าวรอยเตอส์ซึ่งขอให้พรรณนาเหตุการณ์พายุหมุนนาร์กิสถล่มพม่าว่า รอบกายของตนนั้นดูประหนึ่งซากที่หลงเหลือจากภาวะสงคราม ปฏิกูลที่ทะลักนองทั่วนครทำให้เกิดภาวะน้ำเน่าท่วม (waste flood) ซึ่งส่งผลให้นาข้าวเสียหายหลายแห่ง[10]
เจ้าหน้าที่จากสหประชาชาติรายหนึ่งใหสัมภาษณ์เกี่ยวกับสถานการณ์ดังกล่าว่า ถือเป็นเหตุการณ์ที่ย่ำแย่เหตุการณ์หนึ่ง บ้านเรือนเกือบทั้งปวงพังพินาศ ประชาชนต่างอกสั่นขวัญผวา เจ้าหน้าที่จากสหประชาชาติอีกรายหนึ่งให้สัมภาษณ์ว่า ดินดอนสามเหลี่ยม (delta) แห่งลุ่มน้ำอิรวดีได้รับผลกระทบหนักมาก ไม่แต่เพราะลมและฝน แต่ยังเพราะความกำเริบของพายุอีกด้วย
หนังสือพิมพ์ “เดลีเทเลกราฟ” (Daily Telegraph) แห่งสหราชอาณาจักร รายงานว่า ราคาอาหารในประเทศพม่าอาจได้รับผลกระทบเพราะเหตุการณ์พายุครั้งนี้ด้วย[11]
หนังสือพิมพ์ไทยรัฐรายงานว่า ชาวพม่าจำนวนมากโกรธแค้นรัฐบาลที่ไม่มีการเตือนภัยที่ดีพอ และสมาคมเพื่อการช่วยเหลือนักโทษการเมืองซึ่งอยู่ในกรุงเทพมหานครรายงานว่า เจ้่าหน้าที่พม่ายิงประหารนักโทษแห่งเรือนจำอินเส่งในขณะที่ฉวยจังหวะจลาจลจากพายุเตรียมหลบหนี ปรากฏนักโทษตายสามสิบหกคน และบาดเจ็บอีกประมาณเจ็ดสิบคน อย่างไรก็ดี ทางการพม่าปฏิเสธรายงานทั้งสอง[12]
นอกจากนี้ นายวรเดช วีระเวคิน รองอธิบดีกรมสารนิเทศ กระทรวงการต่างประเทศ แถลงเมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม 2551 โดยอ้างถึงรายงานของนายบรรสาน บุนนาค เอกอัครราชทูตไทยประจำนครย่างกุ้ง ว่าสภาพแวดล้อมในนครได้รับความเสียหายหนัก ห้างร้านส่วนใหญ่ปิดกิจการ เครื่องอุปโภคบริโภคมีฝืดเคืองและราคายังสูงขึ้นสองถึงสามเท่าตัว โดยรวมแล้วความเป็นอยู่ของผู้คนในนครค่อนข้างกันดาร[13]

การบรรเทาทุกข์จากนานาชาติสู่พม่า
วันที่ 6 พฤษภาคม 2551 ผู้แทนของรัฐบาลทหารพม่าที่มลรัฐนิวยอร์กได้ร้องขอความช่วยเหลือจากสหประชาชาติอย่างเป็นทางการสำหรับความเสียหายจากพายุหมุนนาร์กิสในประเทศตน อย่างไรก็ดี ถึงแม้ว่ารัฐบาลทหารพม่า่แสดงท่าทีว่าไม่ยอมรับความช่วยเหลือจากนานาชาติ แต่ก็ได้แถลงว่า “มีความเต็มใจที่จะรับความสงเคราะห์จากนานาชาติ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ระหว่างรัฐบาลกับรัฐบาล”
ปัญหาหนึ่งในกรณีนี้คือการที่พม่าไม่อนุมัติบัตรผ่านแดนให้แก่ชนต่างด้าวที่ตนขึ้นบัญชีดำไว้ ถึงแม้ว่าบุคคลเหล่านั้นประสงค์จะเดินทางเข้าไปในประเทศเพื่อให้ความช่วยเหลือก็ตาม[14]

รายการความช่วยเหลือจากภาครัฐ
  1. ประเทศแคนาดา : อนุมัติเงินช่วยเหลือเร่งด่วนจำนวนสองล้านดอลลาร์สหรัฐ[15]
  2. ประเทศจีน : มอบเงินหนึ่งล้านดอลลาร์สหรัฐและเครื่องยังชีพจำนวนหนึ่ง
  3. ประเทศเดนมาร์ก : มอบเงินหนึ่งแสนสามพันหกร้อยดอลลาร์สหรัฐ
  4. ประเทศไทย : มอบเงินหนึ่งแสนดอลลาร์สหรัฐ เวชภัณฑ์สามสิบตัน และของกินของใช้จากสภากาชาดสิบสองตัน อนึ่ง นายไชยา สะสมทรัพย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขยังได้จัดส่งเวชภัณฑ์ไปช่วยเหลือพม่าอีกสิบสี่รายการ มูลค่ากว่าสิบล้านบาท ตามคำสั่งของนายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี นอกจากนี้ รัฐบาลไทยจะได้จัดส่งคณะแพทย์และพยาบาลเข้าไปช่วยเหลือยี่สิบคณะ กับทั้งหน่วยเคลื่อนที่เร็วในการปราบปรามโรคระบาดอีกยี่สิบหน่วย โดยนายกรัฐมนตรีกล่าวว่า "ถ้าพม่าไฟเขียวอนุญาตให้เข้าไปช่วยเหลือ ก็ได้รับความอนุเคราะห์จากกองทัพอากาศ โดยใช้เครื่องบินซี-130 ขน [คณะและหน่วยทางการแพทย์] ไป ไทยจะพรวดพราดไปไม่ได้ ต้องแจ้งให้ทางโน้นรับทราบก่อน"[16] ซึ่งต่อมาในวันที่ 7 พฤษภาคม 2551 เครื่องบินลำดังกล่าวพร้อมด้วยบริวารได้รับอนุญาตให้ลงจอด ณ นครย่างกุ้ง โดยได้บรรทุกน้ำดื่มและอุปกรณ์การก่อสร้างขนาดเบาเป็นการเพิ่มเติมไปด้วย[17]
  5. ประเทศนอร์เวย์ : มอบเงินสดหนึ่งล้านเก้าแสนหกหมื่นดอลลาร์สหรัฐ
  6. ประเทศฝรั่งเศส : มอบเงินสามล้านหนึ่งแสนดอลลาร์สหรัฐ
  7. ประเทศสเปน : มอบเงินสามแสนเจ็ดหมื่นห้าพันดอลลาร์สหรัฐ
  8. ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ : มอบเงินสี่แสนเจ็ดหมื่นห้าพันดอลลาร์สหรัฐในเบื้องต้น
  9. ประเทศสวีเดน : ให้การช่วยเหลือด้านระบบบำบัดน้ำและเครื่องยังชีพอื่น ๆ
  10. ประเทศออสเตรเลีย : มอบเงินสามล้านดอลลาร์สหรัฐ[18]
  11. ประเทศอินเดีย : มอบเครื่องยังชีพแปดตัน ตลอดจนเต็นท์ และเสบียงอาหารอีกจำนวนหนึ่ง
  12. ประเทศอินโดนีเซีย : มอบเงินสดหนึ่งล้านดอลลาร์สหรัฐ ตลอดจนเสบียงอาหารและเสบียงยาอีกจำนวนหนึ่ง
  13. ประเทศไอร์แลนด์ : มอบเงินหนึ่งล้านห้าแสนดอลาร์สหรัฐ
  14. มูลนิธิกาชาดและสมาคมโสมเสี้ยวแดงระหว่างประเทศ (Mouvement international de la Croix-Rouge et du Croissant-Rouge) : มอบเงินหนึ่งล้านแปดแสนเก้าหมื่นดอลลาร์สหรัฐ[19]
  15. สถานเอกอัครรัฐทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศพม่า (U.S. embassy in Burma) : ได้อนุมัติเงินสองแสนห้าหมื่นดอลลาร์สหรัฐเพื่อช่วยเหลือพม่า
  16. สหรัฐอเมริกา : รัฐบาลกลางมอบเงินสามล้านห้าแสนเก้าหมื่นดอลลาร์สหรัฐ
  17. สหราชอาณาจักร : มอบเงินเก้าล้านเก้าแสนดอลลาร์สหรัฐ
  18. สาธารณรัฐเช็ก : มอบเงินหนึ่งแสนห้าหมื่นสี่พันดอลลาร์สหรัฐ
  19. สำนักงานเพื่อการพัฒนาระหว่างประเทศแห่งสหรัฐอเมริกา (United States Agency for International Development) : มอบเงินสามล้านดอลลาร์สหรัฐ
รายการความช่วยเหลือจากภาคเอกชน
  1. กองทุนเยาวชนแห่งสหประชาชาติ จากนครนิวยอร์ก : เจ้าหน้าที่ของกองทุนได้เข้าถึงประเทศพม่าเมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม 2551 และกำลังปฏิบัติการ[20] ดูรายละเอียดเกี่ยวกับการบริจาค
  2. ประเทศอิสราเอล : ภาคเอกชนได้ร่วมกันมอบเงินหนึ่งแสนดอลลาร์สหรัฐ ตลอดจนเสบียงอาหารและเสบียงยาอีกจำนวนหนึ่ง
  3. สหกรณ์ระหว่างประเทศเพื่อการช่วยเหลือและเยียวยาทุกแห่งหน (Cooperative for Assistance and Relief Everywhere) หรือ แคร์ (CARE) จากกรุงเจนีวา : ถึงแม้ว่าสำนักงานสาขาของแคร์ในนครย่างกุ้งจะถูกพายุหมุนนาร์กิสถล่มราบ แต่ก็แถลงว่ายังสามารถปฏิบัติ "การช่วยเหลือและเยียวยาทุกแห่งหน" ในพม่าต่อไปได้[21] ดูรายละเอียดเกี่ยวกับการบริจาค
  4. องค์กรกาชาดแห่งสหภาพพม่า (Myanmar Red Cross) : ได้ประกาศขอความช่วยเหลือเป็นการด่วนแทนชาวพม่าผ่านทางเว็บไซต์ขององค์การกาชาดกลางเมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม 2551 และขณะเดียวกันก็กำลังให้การช่วยเหลือผู้เสียหาย[22] ดูรายละเอียดเกี่ยวกับการบริจาค
  5. องค์กรการกุศลแห่งสหราชอาณาจักรเพื่อการพิทักษ์เยาวชน (British charity Save The Children) : เป็นองค์กรเอกชนซึ่งมีสำนักงานสาขาในประเทศพม่า ได้จัดโครงการช่วยเหลือพม่าอย่างเต็มกำลัง (Full Scale Relief Effort) ตั้งแต่วันที่ 5 พฤษภาคม 2551[23] ดูรายละเอียดเกี่ยวกับการบริจาค
  6. องค์กรแพทย์ไร้พรมแดน (Médecins Sans Frontières) จากกรุงปารีส : คณะแพทย์สนามขององค์กรได้เข้าถึงประเทศพม่าเมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม 2551 และกำลังปฏิบัติการ[24] ดูรายละเอียดเกี่ยวกับการบริจาค
  7. องค์การโบสถ์โลก (World Church Service) : ได้เข้าไปร่วมช่วยเหลือชาวพม่ากับสภาโบสถ์แห่งสหภาพพม่า (Myanmar Council of Churches) ตั้งแต่วันที่ 5 พฤษภาคม 2551[25] ดูรายละเอียดเกี่ยวกับการบริจาค
  8. องค์การโลกาวิทัศน์ (World Vision Organisation) จากเมืองมอนโรเวีย (Monrovia) มลรัฐแคลิฟอร์เนีย : ซึ่งเป็นองค์การระหว่างประเทศของคริสต์ศาสนา มีจุดมุ่งหมาย "ช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ให้อยู่ดีมีสุข โดยเฉพาะเยาวชน"[26] ได้จัดส่งเจ้าหน้าที่สนามหกร้อยคนเข้าไปให้การช่วยเหลือมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม 2551[27] ดูรายละเอียดเกี่ยวกับการบริจาค
รายการคำบรรเทาทุกข์
  1. ประเทศไทย : พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ประมุขแห่งรัฐ นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี และนายนพดล ปัทมะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ มีพระราชสารและสารลงวันที่ 6 พฤษภาคม 2551 ไปถึงพลเอกอาวุโสตาน ฉ่วย ประธานสภาสันติภาพและการพัฒนาแห่งสหภาพพม่า แสดงความเสียพระราชหฤทัยและเสียใจในนามประชาชนชาวไทยต่อเหตุการณ์พายุหมุนนาร์กิสในพม่า[28]
Click the image to open in full size.
webmaster@songtoday.com
ถ้าอยากเดินไปข้างหน้า ไม่ควรย้อนอดีต เอามาทำร้ายปัจจุบัน
if you want to step forward. you should not keep hurtind yourselfvthinking about the past.
แก้ไขครั้งล่าสุดโดย Webmaster : 2008-05-08 เมื่อ 07:48 AM.
ตอบพร้อมอ้างข้อความ
รูปส่วนตัว Webmaster
Administrators


สมัครเมื่อ: 2008-04-29
ที่อยู่: กรุงเทพมหานคร
โพสต์: 1,062
Level: 28 HP: 36 / 692
MP: 354 / 22551
EXP: 71%
Posted 2008-05-08 #2 (permalink)
ภาพความเสียหายของอำนาจภัยธรรมชาติกับการทำลายร้างสูง

Click the image to open in full size.


Click the image to open in full size.


Click the image to open in full size.

Click the image to open in full size.

Click the image to open in full size.

Click the image to open in full size.

Click the image to open in full size.

Click the image to open in full size.

Click the image to open in full size.

Click the image to open in full size.

Click the image to open in full size.

Click the image to open in full size.
Click the image to open in full size.
webmaster@songtoday.com
ถ้าอยากเดินไปข้างหน้า ไม่ควรย้อนอดีต เอามาทำร้ายปัจจุบัน
if you want to step forward. you should not keep hurtind yourselfvthinking about the past.
แก้ไขครั้งล่าสุดโดย Webmaster : 2008-05-08 เมื่อ 08:27 AM.
ตอบพร้อมอ้างข้อความ
Bookmarks
Tags
นาร์กิส
ขณะนี้มีผู้ใช้งานกำลังดูกระทู้นี้อยู่ : 1 คน ( เป็นสมาชิก 0 คน และ บุคคลทั่วไป 1 คน )
 
เครื่องมือจัดการกระทู้ ตัวเลือกการแสดงผล
Linear Mode Linear Mode
กฎการโพสต์ข้อความ
You may not post new threads
You may not post replies
You may not post attachments
You may not edit your posts

BB code is เปิด
Smilies สถานะ เปิด
[IMG] สถานะ เปิด
HTML สถานะ เปิด
Trackbacks are ปิด
Pingbacks are ปิด
Refbacks are ปิด
กระโดดไป:
กระทู้ที่คล้ายกัน
กระทู้ ผู้เริ่มกระทู้ ฟอรั่ม ตอบกลับ โพสต์ล่าสุด
9 ขั้น เอ่ยคำ "ขอโทษ" อย่างมีฟอร์ม ยัยมู๋อ้วน Songtoday.com 0 2008-05-01 12:49 PM
ถอดรหัส..หนุ่มๆ นิยม "บ๊อกเซอร์" ช่วยให้ "แข็ง" จริงหรือ?? ยัยมู๋อ้วน Songtoday.com 0 2008-04-30 08:41 PM

เวลาทั้งหมดอยู่ในเขตเวลา GMT +7. และเวลาในขณะนี้คือ 06:13 AM.
ติดต่อเรา - Songtoday.com™ - เอกสารเก่า - ขึ้นบนสุด
Display Pagerank

1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 16 17 18 19 20 21 22 23 24 25 26 27 28 29 30